ทีมไทยแยกแอกติโนไมซีตเอนโดไฟต์สามสายพันธุ์จากราก Glycosmis pentaphylla, Aegle marmelos และมะนาว ก่อนใช้รูปร่าง เคมีของเซลล์ 16S rRNA และการเปรียบเทียบจีโนมยืนยันว่าแตกต่างจากสปีชีส์ใกล้เคียง จึงเสนอชื่อ Nocardia glycosmidis, Nocardia aegles และ Nocardia citri พร้อมฝาก type strain ในคลังเชื้อ
ข้อค้นพบสำคัญ
- R6R-6T และ R7R-8T มี 16S similarity สูงสุด 98.9% และ 99.1% กับ N. xestospongiae ส่วน R16R-3T สูงสุด 98.5% กับ N. anaemiae แต่ค่า dDDH และ ANI ของทั้งสามต่ำกว่าเกณฑ์แบ่งสปีชีส์ จึงเสนอชื่อใหม่และฝากเชื้อ R6R-6T เป็น TBRC 14548T/NBRC 115197T, R7R-8T เป็น TBRC 14549T/NBRC 115198T และ R16R-3T เป็น TBRC 14550T/NBRC 115199T
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
ชื่อและ type strain ที่ผ่านมาตรฐานทำให้นักวิจัยทั่วโลกอ้างอิงสิ่งมีชีวิตเดียวกันได้ ลดความสับสนในฐานข้อมูล และเปิดทางศึกษาสารเมแทบอไลต์ เอนไซม์ หรือบทบาทต่อพืชของ Nocardia เอนโดไฟต์อย่างทำซ้ำได้
บทบาทของนักวิจัยไทย
งานเชื่อมมหาวิทยาลัยบูรพา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ Thailand Bioresource Research Center ของไบโอเทค-สวทช. ตั้งแต่เก็บและแยกเชื้อจนถึงจีโนม อนุกรมวิธาน และการฝากเชื้อ โดยมีผู้ร่วมงานจาก Guangxi Medical University
ข้อจำกัดที่ควรรู้
งานนี้ยืนยันความเป็นสปีชีส์ใหม่ ไม่ได้พิสูจน์ฤทธิ์ยา ความปลอดภัย หรือประโยชน์ต่อพืช Nocardia บางชนิดก่อโรคได้ จึงไม่ควรอนุมานว่าสายพันธุ์ใหม่ปลอดภัยหรือใช้เป็นโพรไบโอติกโดยไม่มีการทดสอบเฉพาะ