การสำรวจคนไทย 714 คนผ่านแพลตฟอร์มสุขภาพทางไกลและอาสาสมัครชุมชนพบว่าร้อยละ 65.41 ไม่เข้าข่ายความเหงา และแบบจำลองอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 27 อายุ เพศ อัตลักษณ์ทางเพศ สถานภาพสมรส การทำงาน และพื้นที่สัมพันธ์กับคะแนนความเหงา แต่รูปแบบการรับสมัครไม่รองรับการอ้างว่าเป็นตัวแทนประเทศ
ข้อค้นพบสำคัญ
- ร้อยละ 65.41 ไม่พบความเหงาตามเกณฑ์ กลุ่มอายุน้อยมีคะแนนสูงกว่า กลุ่มชายและ LGBTQ+ รายงานคะแนนสูงกว่าหญิงในตัวอย่าง สถานภาพการทำงานและสมรสสัมพันธ์กับคะแนน และผู้ตอบในกรุงเทพฯ/ปริมณฑลสูงกว่าขณะที่ภาคใต้ต่ำกว่า แบบจำลองมี R²=0.27 และ p
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
ความเหงาเป็นประเด็นสาธารณสุขทั่วโลก และข้อมูลไทยช่วยเติมหลักฐานจากประเทศรายได้ปานกลางเกี่ยวกับบทบาทของเมือง เครือข่ายสังคม และความหลากหลายของประชากร
บทบาทของนักวิจัยไทย
ทีมมหาวิทยาลัยมหาสารคามใช้โครงสร้างสุขภาพทางไกลร่วมกับเครือข่ายชุมชนเพื่อสำรวจประชากรหลายภูมิภาค และเปิดประเด็นสำหรับการออกแบบบริการลดความโดดเดี่ยว
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ตัวอย่างจากแพลตฟอร์มและอาสาสมัครอาจต่างจากประชากรทั่วไป จึงไม่ใช่การสุ่มระดับประเทศ การศึกษาแบบภาคตัดขวางไม่บอกทิศทางเหตุผล ขนาดกลุ่มย่อยและช่วงความไม่แน่นอนไม่ปรากฏในบทคัดย่อ และ R² แสดงว่ายังมีปัจจัยสำคัญอีกมากที่ไม่ได้วัด