การสำรวจนักศึกษาปริญญาตรี 555 คนในเขตสุขภาพที่ 10 พบผู้รายงานใช้บุหรี่ไฟฟ้าร้อยละ 12.25 โดยปัจจัยทางสังคม สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมสุขภาพเสี่ยงสัมพันธ์กับโอกาสสูบที่สูงขึ้น ขณะที่ผลการเรียนเฉลี่ยสูงสัมพันธ์กับโอกาสสูบที่ต่ำลง ผลนี้ช่วยระบุกลุ่มและบริบทที่ควรได้รับการป้องกัน แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล
ข้อค้นพบสำคัญ
- ความชุกของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่รายงานเองอยู่ที่ร้อยละ 12.25 ปัจจัยทางสังคมสัมพันธ์กับโอกาสสูบเพิ่มขึ้นประมาณ 5.06 เท่า (AOR 5.057; 95% CI 2.48-10.32) ปัจจัยสิ่งแวดล้อมประมาณ 2.04 เท่า และพฤติกรรมสุขภาพเสี่ยงประมาณ 5.74 เท่า ส่วนผลการเรียนเฉลี่ยสูงสัมพันธ์กับโอกาสที่ต่ำลง (AOR 0.366; 95% CI 0.16-0.81)
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
งานนี้เพิ่มหลักฐานจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้การกำหนดนโยบายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในมหาวิทยาลัย โดยเน้นบทบาทของเพื่อน การเข้าถึง และพฤติกรรมเสี่ยงร่วม ซึ่งเป็นประเด็นที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปเทียบเคียงได้
บทบาทของนักวิจัยไทย
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีสร้างหลักฐานเฉพาะพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 ซึ่งช่วยให้มหาวิทยาลัยและหน่วยงานสาธารณสุขไทยออกแบบการป้องกันที่สอดคล้องกับบริบทนักศึกษา
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ข้อมูลเป็นการรายงานตนเองและเก็บ ณ เวลาเดียว จึงอาจมีการไม่เปิดเผยการสูบและอคติจากผู้ตอบ แบบจำลองแสดงความสัมพันธ์ไม่ใช่สาเหตุ ช่วงความเชื่อมั่นของบางปัจจัยกว้าง และผลจากเขตสุขภาพที่ 10 ไม่ควรแทนประชากรนักศึกษาทั้งประเทศ