Thai University RankingsRESEARCH RADAR
มีหลักฐานผลกระทบระดับโลก

ตรวจการเกิดพันธะซิสพลาตินกับ DNA ด้วยสเปกโทรสโกปีอิมพีแดนซ์และไดอิเล็กโตรโฟรีซิส

Electrical detection of cisplatin-DNA adduct formation using dielectrophoresis-based impedance spectroscopy

งานพิสูจน์แนวคิดพัฒนาวิธีไฟฟ้าสำหรับตรวจการเกิด DNA adduct โดยใช้ซิสพลาตินเป็นสารต้นแบบและ DNA บนไมโครบีด ตรวจได้เชิงปริมาณในช่วง 0.05-0.5 มิลลิโมลาร์ โดยมีขีดจำกัด 0.05 มิลลิโมลาร์ วิธีนี้ลดความซับซ้อนของการดัดแปรขั้วไฟฟ้า แต่ความไวปัจจุบันยังไม่พอสำหรับงานชีวภาพหรือคลินิก

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • เมื่อความเข้มข้นซิสพลาตินเพิ่ม crossover frequency ของไมโครบีดลดลงตามระดับความเข้มข้น ความถี่จุดสูงสุดจาก conductance สอดคล้องอย่างมากกับแนวโน้ม crossover frequency ระบบวัดเชิงปริมาณได้ช่วง 0.05-0.5 มิลลิโมลาร์ และมีขีดจำกัดการตรวจ 0.05 มิลลิโมลาร์ หรือ 50 ไมโครโมลาร์
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

แพลตฟอร์มนี้อาจเป็นฐานสำหรับเครื่องมือคัดกรองสารที่ก่อ DNA adduct แบบรวดเร็วและต้นทุนต่ำในงานพิษวิทยาหรือพัฒนายา หากเพิ่มความไว ความจำเพาะ และรองรับตัวอย่างชีวภาพจริงได้

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

Boonchai Techaumnat จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้เขียนสังกัดไทยในทีมพัฒนาเทคนิคที่ผสาน dielectrophoresis กับ impedance spectroscopy ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านสนามไฟฟ้า จุลระบบ และการวิเคราะห์สัญญาณ

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

เป็นระบบจำลองด้วยไมโครบีดและซิสพลาตินเพียงสารต้นแบบ ยังไม่ได้ตรวจชนิด adduct โดยวิธีอ้างอิงในตัวอย่างคลินิก ค่า LOD 50 ไมโครโมลาร์สูงเกินการใช้งานชีวภาพหลายบริบท และสัญญาณไฟฟ้าอาจได้รับผลจากองค์ประกอบอื่นในตัวอย่างจริง

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

TalantaTalanta

DOI: 10.1016/j.talanta.2026.130268

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ