Thai University RankingsRESEARCH RADAR
มีหลักฐานผลกระทบระดับโลก

สัณฐานเพดานปากสามมิติสัมพันธ์กับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ข้างเดียว

Three-Dimensional Palatal Morphology and Obstructive Sleep Apnea Severity in Children with Unilateral Cleft Lip and Palate: A CBCT Study

การวิเคราะห์ CBCT เด็กไทยปากแหว่งเพดานโหว่ข้างเดียวชนิดไม่เป็นกลุ่มอาการ 40 คน เปรียบเทียบกลุ่มมี OSA 20 คนกับไม่มี 20 คน พบเพดานปากมีพื้นที่ ปริมาตร ความสูง และความกว้างบางตำแหน่งน้อยกว่า โดยปริมาตรเป็นตัวแปรเดียวที่สัมพันธ์กับ AHI อย่างอิสระในชุดตัวอย่าง

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • กลุ่ม OSA มีพื้นที่ ปริมาตร ความสูง และ buccal alveolar crest width ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนความกว้างอื่นไม่ต่าง ใน regression ปริมาตรเพดานสัมพันธ์กับ AHI เพียงตัวเดียว (β=-0.631, p
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

ทีม cleft care อาจใช้ข้อมูลรูปทรงที่มีอยู่แล้วร่วมกับอาการและการตรวจการนอนเพื่อจัดลำดับการส่งต่อ โดยเฉพาะเด็กที่มีความเสี่ยงทางกายวิภาค

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

ทันตแพทย์จัดฟัน กุมารทันตแพทย์ และโสตศอนาสิกแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สร้างข้อมูลสามมิติในเด็กไทยและเชื่อมกับ AHI ในการดูแลแบบสหสาขา

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

ตัวอย่าง 40 คน ศูนย์เดียว และวิเคราะห์ย้อนหลังจากภาพ ไม่ระบุการปรับอายุ เพศ BMI tonsil/adenoid หรือประวัติผ่าตัดครบ อาจเกิด overfitting จากหลายตัวแปร CBCT ไม่เห็นเนื้อเยื่ออ่อนและมีรังสี และ threshold AHI ในเด็กต้องตีความร่วมกับมาตรฐานการตรวจนอน

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

ChildrenChildren

DOI: 10.3390/children13070909

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ