การทดลองเรือนเพาะชำของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พบว่าไบโอชาร์จาก Salvinia cucullata สัมพันธ์กับการเพิ่มการแสดงออก KAH และ UGT76G1 ลด UGT74G1 เล็กน้อย และลด stevioside ขณะที่ rebaudioside A ค่อนข้างคงที่ รูปทรงพืชเปลี่ยนบางสภาวะแห้งแล้ง แต่พื้นที่ใบ ชีวมวลรวมและน้ำหนักรากไม่ได้ดีขึ้นสม่ำเสมอ จึงเป็นการปรับ profile มากกว่าหลักฐานเพิ่มผลผลิต
ข้อค้นพบสำคัญ
- ไบโอชาร์มี pH 8.83±0.09, EC 6.03±0.55 dS/m และ ash 40.57±0.80% กลุ่มไบโอชาร์มี stevioside 0.03±0.01 มก./กรัม ต่ำกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ rebaudioside A ไม่ต่าง KAH และ UGT76G1 เพิ่ม ส่วน UGT74G1 ลดเล็กน้อย การตอบสนองด้านยอดข้างและ antioxidant เปลี่ยนเฉพาะบางระดับน้ำ
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
การเปลี่ยนชีวมวลรุกรานเป็นไบโอชาร์อาจลดภาระกำจัดและสร้างวัสดุเกษตรหมุนเวียน แต่ไบโอชาร์จากพืชน้ำมีเถ้าและ EC สูง จึงต้องประเมินผลต่อความเค็ม ธาตุสะสม และดินหลายชนิดก่อนขยายใช้
บทบาทของนักวิจัยไทย
ห้องปฏิบัติการสารออกฤทธิ์จากพืช ศูนย์ CMUAgOmics สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ และคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัย Foggia เชื่อมการจัดการวัชพืชกับชีววิทยาหญ้าหวาน
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ผลมาจากกระถางและช่วงสั้น ความแปรปรวนของวัสดุ Salvinia ตามแหล่งน้ำไม่ถูกทดสอบ ไม่วัดดินหลังปรับปรุงอย่างครบถ้วน จึงแยกกลไกไม่ได้ การแสดงออกยีนไม่เท่ากับกิจกรรมเอนไซม์ และการลด stevioside อาจไม่เป็นประโยชน์เชิงพาณิชย์