Thai University RankingsRESEARCH RADAR
มีหลักฐานผลกระทบระดับโลก

วงจรกรอง MI-OTA ใช้กำลัง 10 นาโนวัตต์และปรับความถี่ได้สำหรับสัญญาณชีวการแพทย์

MI-OTA Based First Order Filters for Biomedical Applications

งานออกแบบวงจรกรองสากลอันดับหนึ่งแบบ voltage mode ใช้ multiple-input operational transconductance amplifier ทำงานที่ 0.5 โวลต์ในเทคโนโลยี 65 นาโนเมตร รายงานกำลัง 10 นาโนวัตต์และ dynamic range 41.7 เดซิเบล พร้อมปรับทางอิเล็กทรอนิกส์ได้

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • ค่าที่รายงานสำหรับการออกแบบ 65 นาโนเมตรคือ 10 นาโนวัตต์และ dynamic range 41.7 dB การปรับ transconductance ช่วยปรับความถี่ทางอิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างลดความยุ่งยากของสัญญาณเข้า การทดลองด้วย IC คนละเทคโนโลยีแสดงว่าวงจรทำงานได้ตามแนวคิด
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

วงจรกรองกินไฟต่ำเป็นส่วนสำคัญของ wearable, implant และเซนเซอร์ชีวสัญญาณที่ใช้แบตเตอรี่จำกัด หากผลิตได้ตามค่ารายงานอาจลดพลังงาน front end แต่ต้องประเมิน noise, process variation, electrode artifacts และสัญญาณจริงร่วมด้วย

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

นักวิจัยจากภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม สจล. มีบทบาทในงานออกแบบวงจรอนาล็อกประหยัดพลังงานที่เชื่อมพื้นฐานอิเล็กทรอนิกส์กับอุปกรณ์ชีวการแพทย์

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

บทคัดย่อสั้นและไม่ระบุค่า noise, THD, bandwidth, PVT corners, mismatch, chip area หรือผล post-layout การทดสอบ LM13600N ไม่ยืนยันกำลัง 10 นาโนวัตต์ของ CMOS 65 นาโนเมตร และยังไม่มีการทดสอบ ECG/EEG/EMG หรือระบบทางการแพทย์จริง

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

Circuits Systems and Signal ProcessingCircuits Systems and Signal Processing

DOI: 10.1007/s00034-026-03697-x

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ