การสำรวจน้ำพุร้อนและน้ำใต้ดินในจังหวัดกาญจนบุรีสองช่วงเวลา เดือนพฤศจิกายน 2566 และ 2567 พบว่าบางจุดมีปรอทและเรเดียม-226 สูงกว่าเกณฑ์อ้างอิงไทยหรือองค์การอนามัยโลก แบบจำลองความเสี่ยงปีแรกชี้ความเสี่ยงไม่ก่อมะเร็งที่ขับเคลื่อนโดยปรอท ส่วนปีถัดมาความเสี่ยงไม่ก่อมะเร็งลดลงแต่ความเสี่ยงมะเร็งจากสารหนูในบางจุดยังเกินระดับที่มักใช้พิจารณา
ข้อค้นพบสำคัญ
- บางแหล่งมีปรอทและ Ra-226 เกินค่าอ้างอิง ปี 2566 มีดัชนีอันตรายรวมมากกว่า 1 โดยปรอทเป็นตัวขับหลัก ส่วนปี 2567 ความเสี่ยงไม่ก่อมะเร็งลดลง แต่ความเสี่ยงมะเร็งที่คำนวณจากสารหนูในบางจุดมากกว่า 1×10⁻⁴ สะท้อนความแปรผันทั้งเชิงพื้นที่และเวลา
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
แหล่งน้ำพุร้อนทั่วโลกถูกใช้เพื่อท่องเที่ยว สุขภาพ และชุมชน งานนี้สะท้อนว่าการประเมินเพียงครั้งเดียวไม่เพียงพอ เพราะองค์ประกอบธรณีเคมีเปลี่ยนได้ และควรรวมโลหะหนักกับสารกัมมันตรังสีในการกำกับดูแล
บทบาทของนักวิจัยไทย
นักวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดลดำเนินการภาคสนามและวิเคราะห์ความเสี่ยงในพื้นที่กาญจนบุรี สร้างฐานข้อมูลที่ใช้กำหนดจุดเฝ้าระวังและสนับสนุนการจัดการแหล่งน้ำของไทยได้
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ค่าความเสี่ยงเป็นผลจากแบบจำลองสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ใช่จำนวนผู้ป่วยจริง และไวต่อสมมติฐานเรื่องการรับสัมผัส ตัวอย่างมีเพียงสองช่วงเวลาและบางจุด จึงไม่แทนแหล่งน้ำทั้งหมดหรือฤดูกาลอื่น ผู้ใช้ควรอาศัยผลตรวจของหน่วยงานท้องถิ่น ไม่ใช้บทความนี้แทนคำแนะนำด้านน้ำดื่ม