Thai University RankingsRESEARCH RADAR
มีหลักฐานผลกระทบระดับโลก

ผิวนาโนรากฟันเทียมอาจช่วยซีลเนื้อเยื่อและปรับภูมิคุ้มกัน แต่หลักฐานคลินิกยังจำกัด

Dental implant nanotopography for peri-implant tissue stability: soft-tissue sealing, innate immune calibration, and active biointerface regulation

narrative review เสนอว่ารูปทรงระดับนาโนของ implant และ abutment อาจมีผลพร้อมกันต่อการเกาะของเยื่อบุและ fibroblast การจัด extracellular matrix การสะสมจุลชีพ macrophage/neutrophil และเครือข่าย osteocyte ซึ่งร่วมกำหนดความมั่นคงของเนื้อเยื่อรอบรากฟันเทียม

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • ความเสื่อมรอบรากเทียมเกิดจากการเสีย soft-tissue seal การบุกรุกของ biofilm สิ่งเร้าจากวัสดุ และภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดที่ผิดสมดุล ผิวนาโนส่งสัญญาณผ่าน mechanotransduction และผลต่างกันตามการออกแบบ แนวคิด anisotropic nanospike กับการนำส่ง biomolecule เป็นทิศทางอนาคตมากกว่ามาตรฐานปัจจุบัน
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

peri-implantitis เป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญและการออกแบบแยกตามบริเวณอาจดีกว่าผิวแบบเดียวทั้ง implant เช่น เน้น soft-tissue sealing ที่ abutment และ bone integration ที่ส่วนฝัง แต่ต้องพิสูจน์การผลิต ความทน การทำความสะอาด และผลระยะยาว

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

ผู้เขียนจากศูนย์ความเป็นเลิศชีววิทยาเซลล์ต้นกำเนิดทางทันตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยโทโฮคุสังเคราะห์งานข้ามวัสดุศาสตร์ ภูมิคุ้มกัน และทันตกรรมรากเทียม

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

narrative review อาจเลือกหลักฐานและไม่ประเมิน risk of bias อย่างเป็นระบบ งาน in vitro กับสัตว์มีสภาวะต่างจากช่องปากมนุษย์ และ surface chemistry มักเปลี่ยนพร้อม topography จึงแยกเหตุผลได้ยาก ไม่มีหลักฐานตรงเพียงพอว่าผิวใดลด peri-implantitis ระยะยาว

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

International Journal of Implant DentistryInternational Journal of Implant Dentistry

DOI: 10.1186/s40729-026-00703-4

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ