บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ระดับภูมิภาคที่กำหนดไว้ล่วงหน้าจากการสำรวจยามะเร็งทั่วโลกของ ESMO ปี 2023 ครอบคลุม 20 ประเทศเอเชียแปซิฟิก และเปรียบเทียบยาจำเป็นของ WHO กับยาที่ได้คะแนนประโยชน์สูงตาม ESMO-MCBS ผลชี้ว่าการอนุมัติให้จำหน่ายไม่ได้เท่ากับการเข้าถึงจริง เพราะการคืนเงินและภาระที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเองยังเป็นคอขวดสำคัญ ในประเทศรายได้สูงยาส่วนใหญ่เข้าถึงได้สม่ำเสมอกว่า ขณะที่ประเทศรายได้กลางและต่ำมีช่องว่างมาก โดยเฉพาะยาประโยชน์สูง อย่างไรก็ดี ข้อมูลมาจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ เป็นภาพตัดขวาง และไม่ควรนำค่าเฉลี่ยของกลุ่มรายได้ไปอ้างเป็นตัวเลขเฉพาะของประเทศไทย
ข้อค้นพบสำคัญ
- สำหรับยามะเร็งใน WHO EML สัดส่วนคู่ยา–ประเทศที่เข้าถึงได้เสมอคือ 100% ในกลุ่มรายได้สูง 80.3% ในกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบน และ 46.5% ในกลุ่มรายได้ต่ำ/ปานกลางระดับล่าง ขณะที่สัดส่วนที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเต็มคือ 0%, 1.5% และ 50.4% ตามลำดับ
- สำหรับยาประโยชน์สูงตาม ESMO-MCBS การเข้าถึงได้เสมอลดเหลือ 96.8%, 31.1% และ 26.7% ตามลำดับ และคู่ยา–ประเทศที่ต้องจ่ายเต็มอยู่ที่ 19.6%, 88.6% และ 95.2% ตัวเลขเหล่านี้เป็นสัดส่วนข้อสังเกตคู่ยา–ประเทศ ไม่ใช่ร้อยละของผู้ป่วย
- การวิเคราะห์กระบวนการชี้ว่าการคืนเงินหลังอนุมัติเป็นคอขวดสำคัญ ตัวอย่าง pembrolizumab สำหรับมะเร็งปอดชนิด NSCLC แนวหน้าในนิวซีแลนด์ล่าช้ากว่าออสเตรเลีย 7 ปี ส่วนแผนที่ HTA 9 ประเทศระบุว่าไทยและออสเตรเลียใช้แนวทาง ICER เป็นหลัก และหลายประเทศรวมถึงไทยมีช่องทางเร่งรัดประมาณ 4–24 สัปดาห์
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
การแยก availability, accessibility และ affordability ทำให้งานนี้มีประโยชน์ต่อการออกแบบนโยบายยามะเร็งมากกว่าการนับเพียงว่ายาได้รับอนุมัติหรือไม่ การเปรียบเทียบ WHO EML กับยาประโยชน์สูงของ ESMO-MCBS ชี้จุดที่ระบบคืนเงินและการคุ้มครองทางการเงินยังตามนวัตกรรมไม่ทัน และใช้ตั้งคำถามเชิงนโยบายได้ในหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเป็นการรายงานจากผู้เชี่ยวชาญและเชิงพรรณนา จึงควรใช้เป็นแผนที่ช่องว่างและสมมติฐานสำหรับการตรวจสอบ ไม่ใช่อันดับประเทศหรือการพิสูจน์ว่านโยบายใดทำให้เข้าถึงดีขึ้น
บทบาทของนักวิจัยไทย
Naiyarat Prasongsook จาก Department of Oncology โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นผู้เขียนลำดับ 5 และ Lucksamon Thamlikitkul จาก Division of Medical Oncology คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้เขียนลำดับ 19 จากผู้เขียน 20 คน ทั้งสองเป็นผู้เขียนร่วมและไม่ใช่ผู้เขียนประสานงานตามหน้าสำนักพิมพ์ บทความไม่แจกแจง CRediT รายบุคคล จึงไม่ควรระบุว่าผู้เขียนไทยรับผิดชอบการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ หรือข้อเสนอใดโดยเฉพาะ ไทยอยู่ทั้งในกรอบข้อมูลการเข้าถึง 20 ประเทศและการทำแผนที่ HTA 9 ประเทศ
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ข้อมูลอาศัยการรายงานของผู้เชี่ยวชาญ จึงเสี่ยงต่อ reporting bias และความต่างในการตีความหมวดคำตอบ หน่วยคู่ยา–ประเทศไม่สะท้อนความแตกต่างภายในประเทศ ระหว่างเมืองกับชนบท หรือภาครัฐกับเอกชน การศึกษาเป็นภาพตัดขวางและไม่มีการทดสอบสมมติฐาน จึงอนุมานเหตุและผลไม่ได้ ข้อมูล HTA จากแหล่งสาธารณะอาจตามการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน และคำว่า available ระดับชาติไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยทุกพื้นที่เข้าถึงได้ ที่สำคัญ บทความไม่แสดงเปอร์เซ็นต์การเข้าถึงและการจ่ายเองของไทยแยกในข้อความหลัก จึงห้ามนำค่ากลุ่มรายได้มาแทนค่าประเทศไทย