Thai University RankingsRESEARCH RADAR
← Back to research database
มีศักยภาพระดับโลก

การพฒนารปแบบการจดการเรยนรแบบสบเสาะหาความรทเนนอปนยและนรนย เพอสงเสรมทกษะและกระบวนการทางคณตศาสตร และเจตคตตอการเรยนคณตศาสตร เรอง ภาคตดกรวย ของนกเรยนชนมธยมศกษาปท 4

IMPACT SIGNAL81/100
01

Information from the abstract

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง ภาคตัดกรวย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2. เพื่อสร้างและประเมินคุณภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ที่เน้นอุปนัยและนิรนัย 3. เพื่อทดลองใช้และหาประสิทธิภาพ E1/E2 ของการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบฯ 4. เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบฯ ที่มีต่อการพัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเจตคติต่อการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง ภาคตัดกรวย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 จำนวน 38 คน โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1 ห้องเรียน ที่ได้จากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย 1) แบบทดสอบวัดทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง ภาคตัดกรวย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 30 ข้อ 2) แบบประเมินทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง ภาคตัดกรวย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 3) แบบวัดเจตคติต่อการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน จำนวน 15 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า ระดับความคิดเห็นด้านความต้องการเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ ด้านปัญหา และด้านสภาพปัจจุบัน ตามลำดับ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ที่เน้นอุปนัยและนิรนัยประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ดังนี้ องค์ประกอบที่ 1 แนวคิดและหลักการ องค์ประกอบที่ 2 วัตถุประสงค์ องค์ประกอบที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ตรวจสอบความรู้เดิม (Explore Prior Knowledge) ขั้นที่ 2 สร้างความสนใจด้วยปัญหา (Engage with the Problem) ขั้นที่ 3 สำรวจและค้นหา (Survey and Explore) ขั้นที่ 4 อธิบายและลงข้อสรุป (Explain and Conclude) ขั้นที่ 5 ขยายความรู้ (Expand) ขั้นที่ 6 ประเมินผล (Assess) ขั้นที่ 7 การนำไปใช้ (Apply) และองค์ประกอบที่ 4 การวัดและประเมินผล และรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ E1/ E2 ด้านทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เท่ากับ 85.94/83.87 เป็นไปตามเกณฑ์ 80/ 80 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ที่เน้นอุปนัยและนิรนัย มีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (t(37) = 41.91, Sig. = .000) และเจตคติต่อการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง ภาคตัดกรวย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน (t(37) = 42.19, Sig = .000) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

02

Why this record is monitored

This record has an Impact Signal of 81/100 based on recency, source, collaboration, and bibliographic signals. It prioritizes monitoring and is not a judgment of research quality.

Related topics: Problem and Project Based Learning · Student Assessment and Feedback · Education and Critical Thinking Development

03

Thai researcher and institutional participation

คำเพียร สอนทโชติ · ขจรศักดิ์ บัวระพันธ์ · Pathumthani University · Mahidol University

04

Data limitations

This page is a bibliographic record based on abstract-level information, not a full analysis or quality assessment. Verify the DOI and original article before citation.