Thai University RankingsRESEARCH RADAR
← Back to research database
งานใหม่ที่น่าจับตา

ผลของโปรแกรมการดแลตนเองอยางครอบคลมเพอชะลอไตเสอมจากเบาหวานตอพฤตกรรมการดแลตนเอง คณภาพชวต และผลลพธทางคลนกในผเปนเบาหวานทมโรคไตเรอรงระยะตน

IMPACT SIGNAL72/100
01

Information from the abstract

โรคเบาหวานเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และระบบสุขภาพ โดยเฉพาะจากภาวะแทรกซ้อนและความจำเป็นในการดูแลอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การพัฒนาระบบบริการที่มีคุณภาพและเชื่อมโยงการดูแลอย่างไร้รอยต่อระหว่างโรงพยาบาลและเครือข่ายบริการสุขภาพ จึงมีความสำคัญต่อการยกระดับผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน การที่ผู้เป็นเบาหวานไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่หลอดเลือดขนาดใหญ่และหลอดเลือดขนาดเล็กโดยเฉพาะหลอดเลือดขนาดเล็ก ตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หลอเลือดเล็กที่จอตา หลอดเลือดเล็กส่วนปลาย และหลอดเลือดที่ต่อมหมวกไตเสื่อมลง การศึกษาที่ผ่านมา พบว่า ค่าน้ำตาลเฉลี่ยสะสมที่เพิ่มขึ้นทุก 1 เปอร์เซ็นต์จากค่าเป้าหมาย จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่หลอดเลือดขนาดเล็ก ร้อยละ 25 โดยภาวะแทรกซ้อนหลอดเลือดขนาดเล็กที่ไต เป็นสาเหตุของการเกิดโรคไตเรื้อรังจากเบาหวานมากที่สุด และเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายต้องเข้ารับการบำบัดทดแทนไตสูง ดังนั้น หากผู้เป็นเบาหวานสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องจะสามารถชะลอการเกิดไตเสื่อม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงทดลอง แบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมเปรียบเทียบผลระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการดูแลตนเองอย่างครอบคลุมเพื่อชะลอไตเสื่อมจากเบาหวานต่อผลลัพธ์ด้านผู้ป่วย ใช้กรอบแนวคิดความพร่องในการดูแลตนเองของโอเร็มร่วมกับเทคนิคสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายใต้มาตรฐานการดูแลผู้เป็นเบาหวานอย่างครอบคลุมเพื่อชะลอการเสื่อมของไต และหลักฐานเชิงประจักษ์ในกลุ่มผู้เป็นเบาหวานที่มีไตเรื้อรังระยะ 1- 3a จำนวน 68 ราย สุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 34 ราย กลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมจำนวน 12 สัปดาห์ แบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 ระยะพิจารณาและตัดสินใจเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การปฏิบัติ เริ่มจากการสร้างสัมพันธภาพ การประเมินภาวะสุขภาพ และประเมินขั้นความพร้อมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และความสามารถในการตอบสนองความต้องการการดูแลตนเองทั้งหมด ผู้วิจัยใช้กลยุทธ์สัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ โดยใช้คำถามปลายเปิด การสะท้อนกลับ การชื่นชม การสรุปความ กระตุ้นให้ผู้เป็นเบาหวานพูด ถึงคำพูดที่มุ่งสู่การเปลี่ยนแปลง (self-statement message ) ระบบการพยาบาลแบบให้ความรู้ ฝึกทักษะและสนับสนุนความสามารถในการดูแลตนเองครอบคลุมการดูแลผู้เป็นเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนทางไต ให้เพิ่มเพื่อนรูปแบบไลน์แอพพลิเคชั่นปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปรึกษาสุขภาพและกระตุ้นแรงจูงใจในการดูแลตนเองต่อเนื่อง และส่งไฟล์วีดิโอ เรื่อง “ชุดความรู้โรคเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนทางไต” ให้เรียนรู้ด้วยตนเอง ในสัปดาห์ที่ 1 หลังร่วมโปรแกรม ระยะที่ 2 การลงมือปฏิบัติและผลของการปฏิบัติ ติดตามการดูแลตนเองที่บ้านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ สนทนาแบบวีดีโอและเสียง เพื่อติดตาม กระตุ้น ให้คำปรึกษา และเสริมสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อเนื่องทุก 2 สัปดาห์ กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ ระยะเวลารวมในโปรแกรม 12 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเองและแบบสอบถามคุณภาพชีวิต ผลลัพธ์ทางคลินิก ได้แก่ น้ำตาลเฉลี่ยสะสม ความดันโลหิต โปรตีนอัลบูมินในปัสสาวะ อัตราการกรองของไต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณา การทดสอบค่าทีแบบอิสระ Wilcoxon signed rank test และ Mann-Whitney U test ผลการศึกษา ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมครบ 12 สัปดาห์ พบว่า กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองสูงกว่าก่อนร่วมโปรแกรมและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 13.51, p < .001) คุณภาพชีวิตสูงกว่าก่อนร่วมโปรแกรมและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (z = -4.02, p < .001) อัตราการกรองของไตสูงกว่าก่อนร่วมโปรแกรมและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 3.26, p =.002) และพบว่า ค่าน้ำตาลเฉลี่ยสะสมต่ำกว่าก่อนร่วมโปรแกรมและต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -6.65, p < .001) ความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวต่ำกว่าก่อนร่วมโปรแกรมและต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -4.04, p < .001) ความดันโลหิตขณะหัวใจขณะคลายตัวต่ำกว่าก่อนร่วมโปรแกรมและต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -3.32, p

02

Why this record is monitored

This record has an Impact Signal of 72/100 based on recency, source, collaboration, and bibliographic signals. It prioritizes monitoring and is not a judgment of research quality.

Related topics: Advanced Numerical Analysis Techniques · Analytic and geometric function theory · Heat Transfer and Numerical Methods

03

Thai researcher and institutional participation

Watcharaporn Simsiriwat · Juthamas Tiansaard · Suchira Chaiviboontham · Orawan Jedsadatud · Ramathibodi Hospital · Sirindhorn College of Public Health

04

Data limitations

This page is a bibliographic record based on abstract-level information, not a full analysis or quality assessment. Verify the DOI and original article before citation.