Information from the abstract
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบการบริหารธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กในบริบทวิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง 2) วิเคราะห์องค์ประกอบของแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหาร และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาเพื่อเป็นต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง โดยอ้างอิง 7 องค์ประกอบของแบบจำลอง 7-S McKinsey เก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างจากผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องจำนวน 50 คน และแบบสอบถามจากนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการโรงแรมขนาดเล็ก 400 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีวิเคราะห์แบบถอดรหัส และการวิเคราะห์เชิงประเด็น ส่วนข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา อนุมาน และถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) โรงแรมขนาดเล็กในลุ่มน้ำโขงมีรูปแบบการบริหารแบบครอบครัวที่ยืดหยุ่น เน้นการบริการเชิงประสบการณ์และอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยบูรณาการปัจจัยภายในและเครือข่ายชุมชน 2) การบริหารโรงแรมขนาดเล็กในลุ่มน้ำโขงยึดค่านิยมร่วมเป็นแกนกลาง บูรณาการกรอบ 7S และมิติด้านเครือข่าย ความพึงพอใจ ความรับผิดชอบต่อสังคม และอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ 3) แนวทางการบริหารที่มีประสิทธิภาพตามแบบจำลอง 7-S McKinsey และแนวทางปฏิบัติที่โดดเด่นในโรงแรมต้นแบบ ซึ่งเสริมด้วย 5 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ Synergy, Satisfaction, Social Responsibility, Solution และ Sacred Product องค์ความรู้ที่ได้สามารถใช้เป็นแนวทางพัฒนาการบริหารโรงแรมขนาดเล็กในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง
Why this record is monitored
This record has an Impact Signal of 85/100 based on recency, source, collaboration, and bibliographic signals. It prioritizes monitoring and is not a judgment of research quality.
Related topics: Value Engineering and Management · Umberto Eco and Semiotics · Vocational and Entrepreneurial Education
Thai researcher and institutional participation
พิมพ์รวี ทหารแกล้ว · ณัฐปรียา โพธิ์พันธุ์ · ณฐิตา อินทร์ยะ · เตชิตา ภัทรศร · Suan Dusit University
Data limitations
This page is a bibliographic record based on abstract-level information, not a full analysis or quality assessment. Verify the DOI and original article before citation.