Thai University RankingsRESEARCH RADAR
← Back to research database
มีศักยภาพระดับโลก

การพฒนาทกษะการอานออกเสยงภาษาองกฤษโดยใชวธสอนแบบโฟนกสของนกเรยนชนประถมศกษาปท 1

IMPACT SIGNAL81/100
01

Information from the abstract

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ปัญหาการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหนองแสงสว่างวิทย์ มีสาเหตุสำคัญมาจากการที่ผู้เรียนขาดความสามารถในการจำแนกพยัญชนะและหน่วยเสียง ทำให้ไม่สามารถอ่านคำศัพท์ได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่ว ประกอบกับมีความไม่มั่นใจและไม่กล้าแสดงออกทางภาษาเนื่องจากกลัวการออกเสียงผิดพลาด ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงได้นำวิธีการสอนแบบโฟนิกส์ (Phonics) มาใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของนักเรียนกลุ่มดังกล่าวด้วยวิธีสอนแบบโฟนิกส์ ให้สามารถผ่านเกณฑ์การประเมินตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป ระเบียบวิธีการวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ตามรูปแบบของ Kemmis และ McTaggart จำนวน 3 วงรอบ กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนชั้น ป.1 จำนวน 3 คน เลือกแบบเจาะจง เครื่องมือประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ 6 แผน แบบประเมินทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบบันทึกภาคสนาม ผลการวิจัย: พบว่า นักเรียนมีคะแนนทักษะในการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือนักเรียนมีคะแนนทักษะในการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สรุปผล: การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสอนแบบโฟนิกส์ ช่วยส่งเสริมทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดได้อย่างเป็นรูปธรรม ผู้เรียนเกิดความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวอักษรและเสียง ทำให้สามารถอ่านและสะกดคำตามหลักสัทศาสตร์ได้โดยไม่ต้องท่องจำ ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากกระบวนการสอน 5 ขั้นตอนแบบ Active Learning โดยเฉพาะการใช้เทคนิคแยกสีตัวอักษรและให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติผ่านสื่อเชิงประจักษ์ ซึ่งช่วยลดความสับสนและแก้ปัญหาการสะกดคำผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ผลการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการออกแบบหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับระดับปฐมวัยและประถมศึกษาตอนต้น เพื่อวางรากฐานทางภาษาที่ยั่งยืนต่อไป

02

Why this record is monitored

This record has an Impact Signal of 81/100 based on recency, source, collaboration, and bibliographic signals. It prioritizes monitoring and is not a judgment of research quality.

Related topics: Mathematics Education and Teaching Techniques · Education, Leadership, and Health Research · Innovative Teaching and Learning Methods

03

Thai researcher and institutional participation

ปานทิพย์ บุญแสน · สัจธรรม พรทวีกุล · Roi et Rajabhat University

04

Data limitations

This page is a bibliographic record based on abstract-level information, not a full analysis or quality assessment. Verify the DOI and original article before citation.