Thai University RankingsRESEARCH RADAR
← กลับฐานข้อมูลงานวิจัย
มีศักยภาพระดับโลก

การสรางแบบทดสอบวนจฉยความสามารถดานไวยากรณ วชาภาษาองกฤษแบบสลำดบขน ของนกเรยนชนมธยมศกษาปท 3

การสรางแบบทดสอบวนจฉยความสามารถดานไวยากรณ วชาภาษาองกฤษแบบสลำดบขน ของนกเรยนชนมธยมศกษาปท 3

สัญญาณผลกระทบ81/100
01

ข้อมูลจากบทคัดย่อ

ยังไม่มีสรุปภาษาไทยสำหรับระเบียนนี้
ด้านล่างเป็นบทคัดย่อต้นฉบับภาษาอังกฤษจากข้อมูลบรรณานุกรม โปรดตรวจบทความต้นฉบับก่อนอ้างอิง

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบวินิจฉัยความสามารถด้านไวยากรณ์ วิชาภาษาอังกฤษแบบสี่ลำดับขั้น และ 2) ศึกษาความบกพร่องความสามารถด้านไวยากรณ์ วิชาภาษาอังกฤษ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่กำลังศึกษาอยู่ใน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย จำวนวน 870 คน ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 การทดลองใช้แบบทดสอบเพื่อสำรวจข้อบกพร่องทางการเรียนรู้ จำนวน 240 คน ช่วงที่ 2 การทดลองใช้แบบทดสอบวินิจฉัยเพื่อหาคุณภาพของเครื่องมือ จำนวน 395 คน และกลุ่มตัวอย่างในการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 235 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบทดสอบเพื่อสำรวจข้อบกพร่องความสามรถด้านไวยากรณ์ 2) แบบทดสอบวินิจฉัยความสามารถด้านไวยากรณ์ ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการสร้างและตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบวินิจฉัยความสามารถด้านไวยากรณ์ วิชาภาษาอังกฤษแบบสี่ลำดับขั้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ข้อสอบจำนวน 42 ข้อ โดยในหนึ่งข้อคำถามประกอบด้วย 4 ขั้น คือ ขั้นคำตอบ (A-tier) ขั้นความมั่นใจของคำตอบ (CA-tier) ขั้นเหตุผล (R-tier) และขั้นความมั่นใจของเหตุผล (CR-tier) และผลการตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบวินิจฉัย พบว่า ข้อสอบมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.60-1.00 ค่าความยากง่ายของแบบทดสอบ ขั้นคำตอบอยู่ระหว่าง 0.29 - 0.79 และขั้นเหตุผลอยู่ระหว่าง 0.22 - 0.74 ค่าอำนาจจำแนกขั้นคำตอบอยู่ระหว่าง 0.21 - 0.80 และขั้นเหตุผลอยู่ระหว่าง 0.24 - 0.70 ค่าความเชื่อมั่นที่หาค่าโดยใช้สูตร KR-20 ของคูเดอร์-ริชาร์ดสัน (Kuder-Richardson) ของแบบทดสอบทั้งฉบับ ได้แก่ ในขั้นคำตอบ (A-tier) มีค่าเท่ากับ 0.93 และในขั้นเหตุผล (R-tier) มีค่าเท่ากับ 0.87 และ 2) ผลการศึกษาความบกพร่องความสามารถด้านไวยากรณ์ วิชาภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่มีแนวคิดที่คลาดเคลื่อน (M) โดยแนวคิดที่คลาดเคลื่อนมากที่สุด ได้แก่ แนวคิดการใช้ Verb to be ให้สอดคล้องกับประธาน, แนวคิดสนทนาถาม-ตอบ ให้ข้อมูลตาม Past Simple Tense และ Past Perfect Tense

02

เหตุผลที่อยู่ในฐานติดตาม

ระเบียนนี้ได้รับ Impact Signal 81/100 จากความใหม่ แหล่งเผยแพร่ ความร่วมมือ และสัญญาณในข้อมูลบรรณานุกรม คะแนนนี้ใช้จัดลำดับการติดตาม ไม่ใช่การตัดสินคุณภาพงานวิจัย

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง: Mathematics Education and Teaching Techniques · Perfectionism, Procrastination, Anxiety Studies · Engineering Education and Curriculum Development

03

บทบาทของนักวิจัยและสถาบันไทย

เกตน์สิรี ส้มซ่า · กฤธยากาญจน์ โตพิทักษ์ · Naresuan University

04

ข้อจำกัดของข้อมูล

หน้านี้เป็นระเบียนบรรณานุกรมและข้อมูลจากบทคัดย่อ ยังไม่ใช่บทวิเคราะห์ฉบับเต็มหรือการประเมินคุณภาพงานวิจัย ควรตรวจสอบ DOI และเอกสารต้นฉบับก่อนนำไปอ้างอิง