ข้อมูลจากบทคัดย่อ
ยังไม่มีสรุปภาษาไทยสำหรับระเบียนนี้
ด้านล่างเป็นบทคัดย่อต้นฉบับภาษาอังกฤษจากข้อมูลบรรณานุกรม โปรดตรวจบทความต้นฉบับก่อนอ้างอิง
ด้วยความหลากหลายของรูปแบบบ้านชนบทในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังไม่ได้รับการเสนอแนะแนวทางวิชาการด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยอย่างชัดเจน งานวิจัยนี้ต้องการศึกษาทบทวนความรู้เรื่องบ้านอีสานตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2530-2563 จากเอกสารวิชาการและการสัมภาษณ์นักวิชาการในสถาบันการศึกษา และสถาปนิกเกี่ยวกับการสร้างสรรค์อัตลักษณ์บ้านอีสาน ด้วยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพจากแนวทางทางสังคมศาสตร์ ผลการศึกษาจากเอกสารทางวิชาการ พบว่ายังคงอยู่ในกรอบความคิดของรูปแบบงานวิชาการเมื่อแรกเริ่มที่มุ่งเน้นอธิบายรูปแบบทางกายภาพสถาปัตยกรรมเป็นหลัก พบความรู้จากการสัมภาษณ์ โดยแบ่งออกเป็น 1) การสร้างสรรค์เชิงรูปธรรม โดยมีลักษณะรูปแบบที่ยังคงรับรู้ได้จากรูปแบบตั้งต้น เช่น รูปทรงหลังคาทรงจั่ว พื้นที่ต่อเนื่องจากภายนอกสู่ภายในบ้าน และสัจจะของวัสดุก่อสร้าง 2) การสร้างสรรค์เชิงนามธรรม มีลักษณะรูปแบบที่นำไปสู่การรับรู้สัมผัสถึงสิ่งที่จะสื่อสาร ถึงความเรียบง่ายสมถะของรูปทรงที่ว่าง และการตัดทอนวัสดุ 3) ก้าวข้ามพรมแดนพื้นที่ของคำว่า “อีสาน” และลองใช้คำว่า “ถิ่นที่” และ 4) ให้คำนึงถึงวิถีชีวิตปกติของผู้คนมากกว่ารูปแบบทางสถาปัตยกรรม ข้อเสนอแนะจากการศึกษาครั้งนี้ต้องการให้ต่อยอดก้าวข้ามไปจากสถาปัตยกรรมอีสานเรียบง่ายสมถะ ด้วยการรื้อฟื้นความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านแนวทางอัตลักษณ์จากทางสายสังคมศาสตร์ ได้แก่ 1) จารีตและสิ่งหล่อหลอมจากสภาพแวดล้อม ความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษที่เข้มแข็ง 2) การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ด้วยการค้นหาความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรมและรสนิยมร่วมของชุมชน 3) ชุดความคิดในปัจจุบันของชุมชนและในระดับปัจเจกบุคคล และ 4) ความเฉพาะทางวัฒนธรรมของถิ่นที่สะท้อนมาจากจารีตดั้งเดิมและการสร้างสรรค์ใหม่ ซึ่งบทความนี้สามารถนำไปต่อยอดทางวิชาการด้านสถาปัตยกรรมอีสาน และนำไปประยุกต์ออกแบบในงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย Various types of houses exist in Northeastern Thailand; however, contemporary designs for such houses have not been systematically proposed in academic research. This study aims to review existing bodies of knowledge about Isan housing from 1987 to 2020, using both primary data from interviews among academia and architects concerning the identity of Isan houses, and secondary data drawn from academic publications. Based on the qualitative approach, it was found that most design-related concerns focused on architectural features. The interview further revealed that 1) physical creation and designs (such as the gable, the outside space leading to the inside area, and construction materials) can clearly been perceived and noticed, 2) abstract creation can result in feelings (for example simple and modest) through forms and designs, 3) “Isan” identity has been redefined, reidentified, and reinterpreted, and 4) greater emphasis has been placed on ways of life than on architectural forms. Based on the findings, this study recommends moving beyond the simplicity and modesty traditionally associated with Isan architecture by revitalizing local knowledge and wisdom through a social science perspective on cultural identity. This approach encompasses four aspects: 1) norms and adaptations shaped by local surroundings and strong ancestral beliefs; 2) multicultural society of the locals who share same cultures and values; 3) contemporary individual and community perceptions; and 4) distinctive local cultures shaped by both traditional and newly-created ways of life. The findings can serve as a foundation for further academic research on Isan architecture and provide practical guidance for the design of contemporary architectural projects.
เหตุผลที่อยู่ในฐานติดตาม
ระเบียนนี้ได้รับ Impact Signal 79/100 จากความใหม่ แหล่งเผยแพร่ ความร่วมมือ และสัญญาณในข้อมูลบรรณานุกรม คะแนนนี้ใช้จัดลำดับการติดตาม ไม่ใช่การตัดสินคุณภาพงานวิจัย
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง: Architecture and Cultural Influences · Architectural and Urban Studies · Architecture, Modernity, and Design
บทบาทของนักวิจัยและสถาบันไทย
อมฤต หมวดทอง (Amarit Muadthong) · Mahasarakham University
ข้อจำกัดของข้อมูล
หน้านี้เป็นระเบียนบรรณานุกรมและข้อมูลจากบทคัดย่อ ยังไม่ใช่บทวิเคราะห์ฉบับเต็มหรือการประเมินคุณภาพงานวิจัย ควรตรวจสอบ DOI และเอกสารต้นฉบับก่อนนำไปอ้างอิง