ข้อมูลจากบทคัดย่อ
ยังไม่มีสรุปภาษาไทยสำหรับระเบียนนี้
ด้านล่างเป็นบทคัดย่อต้นฉบับภาษาอังกฤษจากข้อมูลบรรณานุกรม โปรดตรวจบทความต้นฉบับก่อนอ้างอิง
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสำคัญ โครงสร้างทำนอง และบทบาทหน้าที่ของเพลงหน้าพาทย์ ประเภทเพลงตระในวัฒนธรรมดนตรีไทย โดยมุ่งเน้นศึกษา “เพลงตระบรรทมไพร” ซึ่งเป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูงที่ใช้บรรเลงประกอบกิริยาการนอนในป่าของตัวละคร ตลอดจนบรรเลงในพิธีไหว้ครูดนตรีไทยและโขนละคร เพื่อแสดงถึงความสำเร็จและความเป็นสิริมงคล ผลการศึกษาด้านโครงสร้างและการสืบทอดทำนองพบว่า พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) ได้นำเพลงตระบรรทมไพร อัตรา 2 ชั้น ซึ่งเป็นทำนองหลักมาแต่งขยายเป็นอัตรา 3 ชั้น ทั้งทำนองร้องและทำนองดนตรีเกิดเป็น “เพลงประทมไพร” หรือ “บรรทมไพร 3 ชั้น” ต่อมาพระยาภูมีเสวิน (จิตร จิตตเสวี) ได้นำทำนองดังกล่าวมาปรับปรุงเป็นทางเดี่ยวซอสามสายในชื่อ “เพลงบรรทมไพร 3 ชั้น” จากการวิเคราะห์ทางบรรเลงทั้งสองบทเพลง พบว่ามีความคล้ายคลึงกันในด้านการใช้สำนวนกลอนเพลงในเที่ยวหวานและเที่ยวเก็บ ทั้งในส่วนการขึ้นต้นและลงจบ ส่งผลให้บทเพลงมีความกลมกลืน ไพเราะ และแฝงด้วยความศักดิ์สิทธิ์ตามกรอบแนวคิดดั้งเดิม นอกจากนี้ เพลงตระบรรทมไพรยังมีนัยเชิงจารีตวัฒนธรรมที่เป็นข้อปฏิบัติเคร่งครัด โดยผู้เรียนต้องผ่านพิธีครอบครูก่อนจึงจะสามารถต่อเพลงนี้ได้ ข้อค้นพบนี้จึงเป็นแนวทางสำคัญในการสืบทอดและอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมดนตรีไทย This academic article aims to study the significance, melodic structure, and functional role of the “Tra” type of instrumental music in Thai musical culture. The study focuses on “Tra Banthom Phrai,” a high-level instrumental piece used to accompany the scene depicting a character sleeping in the forest, as well as in Thai music and Khon (masked dance-drama) teacher-honoring ceremonies to signify success and auspiciousness. The study of the structure and melodic transmission reveals that Phraya Prasarn Duriyasap (Plaek Prasarnsap) expanded two-fold main melody of “Tra Banthom Phrai” into three-fold version in both vocal and instrumental forms, resulting in a composition known as “Prathom Phrai” or “Banthom Phrai Sam Chan.” Later, Phraya Phumi Sevin (Chitr Chittasewi) adapted this melody into a solo piece for the Saw Sam Sai (Thai three-stringed fiddle), also titled “Banthom Phrai Sam Chan.” An analysis of the two pieces reveals similarities in the use of poetic phrasing in the “Tiew Wan” (Melisma) and “Tiew Kep” (Pecia), in both the opening and closing sections. These similarities result in a harmonious, melodious, and sacred composition within the traditional Thai music framework. Furthermore, the “Trabanthom Phrai” song holds cultural significance, signifying strict adherence to tradition. Students are required to undergo a teacher-initiation ceremony before they can learn the song. This finding therefore provides an important guideline for the transmission and preservation of the cultural heritage of Thai music.
เหตุผลที่อยู่ในฐานติดตาม
ระเบียนนี้ได้รับ Impact Signal 79/100 จากความใหม่ แหล่งเผยแพร่ ความร่วมมือ และสัญญาณในข้อมูลบรรณานุกรม คะแนนนี้ใช้จัดลำดับการติดตาม ไม่ใช่การตัดสินคุณภาพงานวิจัย
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง: Musicology and Musical Analysis · Diverse Musicological Studies · Music History and Culture
บทบาทของนักวิจัยและสถาบันไทย
บุณฑริกา คงเพชร (Boondarika Kongphet) · Silpakorn University
ข้อจำกัดของข้อมูล
หน้านี้เป็นระเบียนบรรณานุกรมและข้อมูลจากบทคัดย่อ ยังไม่ใช่บทวิเคราะห์ฉบับเต็มหรือการประเมินคุณภาพงานวิจัย ควรตรวจสอบ DOI และเอกสารต้นฉบับก่อนนำไปอ้างอิง