การศึกษาเปรียบเทียบนี้สำรวจผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบบเจาะจง 336 คนในเช็กเกีย สโลวาเกีย ไทย ลาว และเวียดนาม เพื่อดูว่าพวกเขาเข้าใจและประเมินชีวเศรษฐกิจป่าไม้อย่างไร ผู้ตอบคุ้นกับการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียนมากกว่าคำว่า ‘ชีวเศรษฐกิจ’ และมุมมองต่อการนำแนวคิดไปใช้แตกต่างกันตามกรณีประเทศ แบบจำลองถดถอยพบความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ว่ามีการนำชีวเศรษฐกิจไปใช้ในระดับสูงกับประเทศ อายุ การศึกษา ความเข้าใจเป้าหมาย การสนับสนุนเชิงนโยบาย และการประเมินภาคอุตสาหกรรมป่าไม้ อย่างไรก็ตาม ผลสะท้อนเฉพาะกลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกมา ไม่ใช่ประชากรทั้งประเทศ และไม่ควรตีความเป็นเหตุและผล
ข้อค้นพบสำคัญ
- ผู้ตอบ 279 จาก 336 คน หรือ 83.0% ระบุว่าเข้าใจการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนอย่างเต็มที่ เทียบกับ 228 คน หรือ 67.9% สำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน
- สำหรับคำว่า ‘ชีวเศรษฐกิจ’ มีผู้ตอบว่าเข้าใจเต็มที่ 155 คน หรือ 46.1% เข้าใจบางส่วน 112 คน หรือ 33.3% และไม่เข้าใจ 69 คน หรือ 20.5%
- ความเข้าใจชีวเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกรณีประเทศในลุ่มน้ำโขง โดยบทความรายงานไทย 60.6% ลาว 68.4% และเวียดนาม 17.2% ที่ p=0.00028
- แบบจำลองพบว่าสถานะกรณีสโลวาเกียและลาวสัมพันธ์กับโอกาสอยู่ในกลุ่มรับรู้การนำไปใช้ระดับสูงมากขึ้น โดยมี OR 2.31 และ 3.12 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับกลุ่มอ้างอิงของแบบจำลอง
- การรับรู้การนำไปใช้ระดับสูงยังสัมพันธ์กับอายุมากกว่า 46 ปี (OR 1.96) การศึกษาต่ำกว่าอุดมศึกษา (OR 2.67) ความเข้าใจเป้าหมายสูง (OR 2.23) และการมองว่ามีมาตรการสนับสนุนสูง (OR 3.55)
- การประเมินการนำแนวคิดไปใช้ในอุตสาหกรรมป่าไม้เชิงบวกสัมพันธ์กับการรับรู้การนำชีวเศรษฐกิจไปใช้ระดับสูง (OR 2.34) ขณะที่ผู้ตอบเห็นความสำคัญของภาคป่าไม้ค่อนข้างสอดคล้องกัน
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
งานนี้ให้ข้อมูลตั้งต้นข้ามภูมิภาคเกี่ยวกับความเข้าใจและความพร้อมเชิงการรับรู้ต่อชีวเศรษฐกิจป่าไม้ ประเด็นที่นำไปใช้ได้กว้างคือ การสนับสนุนแนวทางป่าไม้ยั่งยืนไม่ได้หมายความว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าใจคำว่า ‘ชีวเศรษฐกิจ’ ตรงกัน รัฐและภาคป่าไม้จึงควรออกแบบการสื่อสาร การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมให้เหมาะกับบริบทพื้นที่ มากกว่านำผลไปจัดอันดับประเทศหรืออ้างแทนความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ
บทบาทของนักวิจัยไทย
นักวิจัยสังกัดไทยมีบทบาทที่ตรวจสอบได้ชัดเจน นพรัตน์ กากกุริวารา จากภาควิชาวิศวกรรมป่าไม้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมการเก็บข้อมูล ออกแบบวิธีวิจัย สร้างภาพข้อมูล และเขียนต้นฉบับ ส่วน Alice Sharp และประสิทธิ์ วังภคพัฒนวงศ์ จากหน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมจัดการข้อมูลและทบทวนแก้ไขต้นฉบับ แหล่งทุนที่บทความระบุเป็นทุนจากเช็กและสโลวัก ไม่พบการระบุทุนไทย
ข้อจำกัดที่ควรรู้
งานใช้การรับสมัครแบบเจาะจงผ่านออนไลน์และเน้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาครัฐ มหาวิทยาลัย และอุตสาหกรรม โดยผู้ตอบ 92% จบอุดมศึกษาและภาครัฐมีสัดส่วนสูง ขนาดตัวอย่างแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ไม่มีกรอบสุ่มหรือจำนวนประชากรฐาน และบางกลุ่มขาดหาย จึงไม่อาจสรุปแทนประชากรทั้งห้าประเทศได้ การศึกษาแบบภาคตัดขวางบอกได้เพียงความสัมพันธ์ ไม่ยืนยันเหตุและผล และกรอบ ACF ใช้เพื่อช่วยตีความ ไม่ได้ตรวจโครงสร้างแนวร่วมเชิงนโยบายโดยตรง