ความเป็นนานาชาติไม่ได้หมายถึงแค่ “มีนักศึกษาต่างชาติเยอะ” ในระบบจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก QS และ Times Higher Education (THE) ต่างมองความเป็นนานาชาติหลายมิติ ทั้งนักศึกษา อาจารย์ และเครือข่ายวิจัยข้ามประเทศ
สรุปสั้น: QS ให้น้ำหนักกลุ่ม Global Engagement รวม 15% ส่วน THE ให้น้ำหนัก International Outlook 7.5% ทั้งสองระบบมองมากกว่าจำนวนนักศึกษาต่างชาติ และให้ความสำคัญกับบุคลากรกับความร่วมมือวิจัยระหว่างประเทศด้วย
QS วัดความเป็นนานาชาติอย่างไร?
ใน QS World University Rankings ปัจจุบัน กลุ่ม Global Engagement มีน้ำหนัก 15% ประกอบด้วย
- International Faculty Ratio 5%
- International Research Network 5%
- International Student Ratio 5%
- International Student Diversity 0% ในคะแนนรวมปัจจุบัน
International Faculty Ratio สื่ออะไร?
QS ใช้สัดส่วนอาจารย์ต่างชาติต่อบุคลากรวิชาการทั้งหมดเป็นหนึ่งในสัญญาณว่าสถาบันสามารถดึงดูดบุคลากรจากต่างประเทศได้มากน้อยเพียงใด
QS อธิบายว่าการมีอาจารย์นานาชาติสามารถสนับสนุนความหลากหลายด้านการสอน การวิจัย และเครือข่ายความร่วมมือ โดยยังสะท้อนว่าสถาบันมีชื่อเสียงและสภาพแวดล้อมที่คนจากต่างประเทศต้องการเข้ามาทำงานหรือไม่
International Research Network ไม่ได้นับแค่จำนวนประเทศ
QS ใช้ International Research Network เพื่อวัด ความหลากหลายและความต่อเนื่องของเครือข่ายวิจัยระหว่างประเทศ โดยดูว่ามีประเทศคู่ความร่วมมือหลากหลายแค่ไหน และความสัมพันธ์เหล่านั้นเกิดขึ้นซ้ำอย่างต่อเนื่องหรือไม่
QS ระบุว่าความร่วมมือที่ถือว่า “ต่อเนื่อง” ต้องมีผลงานร่วมกันอย่างน้อยสามบทความในช่วงห้าปี จึงไม่ได้ให้คะแนนเพียงเพราะมีชื่อพันธมิตรจำนวนมากใน MOU
THE วัด International Outlook อย่างไร?
THE World University Rankings 2027 ให้น้ำหนัก International Outlook 7.5% แบ่งเท่ากันเป็นสามส่วน
- สัดส่วนนักศึกษาต่างชาติ 2.5%
- สัดส่วนบุคลากรต่างชาติ 2.5%
- International Collaboration 2.5%
สำหรับ International Collaboration THE คำนวณสัดส่วนผลงานวิจัยที่มีผู้ร่วมเขียนอย่างน้อยหนึ่งคนจากต่างประเทศ และปรับข้อมูลตามโครงสร้างสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย
นักศึกษาต่างชาติเยอะ = International Outlook สูงเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอ เพราะทั้ง QS และ THE ใช้มากกว่าหนึ่งตัวชี้วัด มหาวิทยาลัยอาจมีนักศึกษาต่างชาติจำนวนมาก แต่มีอาจารย์ต่างชาติน้อยหรือเครือข่ายวิจัยระหว่างประเทศไม่เข้มแข็ง คะแนนรวมด้าน internationalisation จึงอาจไม่ได้สูงตามจำนวนผู้เรียนต่างชาติ
MOU จำนวนมากช่วยอันดับหรือไม่?
จำนวน MOU เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวชี้วัดหลักของ QS หรือ THE ในอันดับรวม สิ่งที่ระบบมองเห็นมากกว่าคือ ผลลัพธ์จริงของความร่วมมือ เช่น การมีอาจารย์และนักศึกษานานาชาติ การตีพิมพ์ร่วมกับต่างประเทศ หรือเครือข่ายวิจัยที่ต่อเนื่อง
ทำไมขนาดประเทศจึงมีผล?
THE ระบุว่าประเทศขนาดใหญ่อาจเสียเปรียบประเทศเล็กในตัวชี้วัดนานาชาติ เพราะการเดินทางข้ามพรมแดนหรือร่วมมือกับต่างประเทศอาจเกิดได้ง่ายกว่าในบริบทประเทศเล็ก จึงมีการปรับวิธี normalisation โดยคำนึงถึงประชากรประเทศประกอบด้วย
มหาวิทยาลัยควรพัฒนาความเป็นนานาชาติอย่างไร?
- สร้างความร่วมมือวิจัยที่มีผลงานร่วมจริง ไม่ใช่เพียงลงนาม MOU
- ดึงดูดและรักษาอาจารย์ต่างชาติที่มีบทบาทด้านการสอนและวิจัย
- ออกแบบหลักสูตรและบริการที่รองรับนักศึกษานานาชาติอย่างมีคุณภาพ
- สร้าง joint research, joint degree และ mobility ที่มีผลลัพธ์วัดได้
- ติดตามผลลัพธ์ของเครือข่ายระหว่างประเทศระยะยาว
สรุป
ความเป็นนานาชาติใน Ranking คือ “คุณภาพและความลึกของการเชื่อมต่อกับโลก” มากกว่าการนับจำนวนชาวต่างชาติในมหาวิทยาลัย การอ่านตัวชี้วัดควรดูทั้งนักศึกษา บุคลากร และเครือข่ายวิจัยควบคู่กัน
แหล่งข้อมูลทางการ
ตรวจสอบข้อมูล: 5 พฤศจิกายน 2569