Thai University RankingsRESEARCH RADAR
มีหลักฐานผลกระทบระดับโลก

การเติมฮาโลเจนขั้นปลายสร้างอนุพันธ์ Scortechinone D ใหม่ 3 ชนิด แต่สารเด่นยังมีพิษต่อเซลล์ปกติสูง

Late-stage halogenation of Scortechinone D via NaX oxidation and inhibitory activity against EGFR tyrosine kinase

นักเคมีไทยใช้ Oxone กับ sodium halide เติมฮาโลเจนให้ Scortechinone D และได้อนุพันธ์ใหม่ 3 ชนิด ยืนยันโครงสร้างด้วย NMR/HRMS และ X-ray สำหรับอนุพันธ์ไอโอดีน สารหมายเลข 2 ยับยั้ง EGFR tyrosine kinase 63.5% ที่ 10 μM แต่กดการเติบโตเซลล์ปกติ WI-38 58.8% ที่ความเข้มข้นเดียวกัน แสดงว่ายังขาด selectivity และไม่ใช่ตัวเลือกยาที่พร้อมพัฒนา

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • ได้อนุพันธ์ใหม่สามชนิดและยืนยันโครงสร้างของสารไอโอดีนด้วยผลึกเดี่ยว ในสี่สารที่ทดสอบ สาร 2 ให้ EGFR inhibition 63.5% ที่ 10 μM แต่กดเซลล์ปกติ WI-38 58.8% ที่ 10 μM เช่นกัน บทคัดย่อไม่รายงาน IC50, cellular EGFR target engagement หรือ selectivity index
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

late-stage functionalisation ช่วยสำรวจ chemical space ของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติโดยไม่สังเคราะห์แกนใหม่ทั้งหมด และอาจเร่งการค้นโครงสร้างนำ แต่คุณค่าต่อมะเร็งต้องผ่านความแรง ความจำเพาะ กลไก และเภสัชวิทยาหลายขั้น

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมพัฒนาเคมีปฏิกิริยา การพิสูจน์โครงสร้าง และการคัดกรองชีวภาพของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

มีอนุพันธ์เพียง 3 ใหม่และทดสอบ EGFR ที่จุดความเข้มข้นเดียว สารเด่นมี toxicity ต่อเซลล์ปกติใกล้ระดับ inhibition ไม่ได้รายงาน cancer-cell panel, mutant EGFR, kinase selectivity, metabolism, solubility หรือสัตว์ การยับยั้งเอนไซม์ 63.5% ไม่เท่าฤทธิ์รักษา

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

Results in ChemistryResults in Chemistry

DOI: 10.1016/j.rechem.2026.103589

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ