งานวิจัยแบบผสมพัฒนากรอบ DRISA จากการสัมภาษณ์ 42 คน แล้วสำรวจคนทำงานความรู้ในจีน สหรัฐฯ และยุโรป 372 คน กรอบประกอบด้วย Digital Integration, Remote Collaboration, Individual Autonomy, Spatial Freedom และ Agile Management ผลเชิงสถิติพบความสัมพันธ์กับ empowerment, work–life balance, engagement และ perceived performance แต่เป็นข้อมูลภาคตัดขวางที่รายงานด้วยตนเอง จึงยังไม่ยืนยันผลผลิตจริงหรือเหตุและผล
ข้อค้นพบสำคัญ
- DRISA สัมพันธ์กับ empowerment β=0.408 และ work–life balance β=0.371 (ทั้งคู่ p
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
กรอบนี้ให้รายการมิติสำหรับองค์กรข้ามประเทศประเมินนโยบายงานทางไกล แต่ควรใช้เป็นเครื่องมือสนทนาและสมมติฐาน ไม่ใช่คะแนนรับรององค์กร จนกว่าจะเชื่อมกับ retention, absenteeism, output และข้อมูลเชิงเวลา
บทบาทของนักวิจัยไทย
Tao Pu จากคณะการจัดการ มหาวิทยาลัยชินวัตรร่วมพัฒนากรอบการจัดการสำหรับกำลังคนเคลื่อนที่ระดับโลก ตัวอย่างไม่รวมกลุ่มประเทศไทยที่รายงานแยก จึงต้องทดสอบในบริบทแรงงานและกฎหมายไทยก่อนใช้
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ใช้ตัวอย่างแบบเจาะจง คนทำงานความรู้ และการรายงานตนเองในเวลาเดียวกัน เสี่ยง common-method bias และ reverse causation perceived performance ไม่ใช่ผลผลิตจากระบบงานจริง และความแตกต่างของจำนวนตัวอย่าง 372 กับ 452 ต้องอ่านรายละเอียดการรวมข้อมูลอย่างระมัดระวัง
ตรวจสอบแหล่งต้นทาง
Sustainable Social DevelopmentSustainable Social Development↗DOI: 10.23812/ssd8610