Thai University RankingsRESEARCH RADAR
มีหลักฐานผลกระทบระดับโลก

ไมโครพาร์ติเคิลแอนโดรกราโฟไลด์สูตรน้ำสำหรับสูดพ่นคงตัวและยับยั้งไวรัส H1N1 ในห้องทดลอง

Development and Characterization of Andrographolide Microparticles via Spray Drying: An Aqueous-Based Chitosan/Cellulose/Poloxamer Carrier Approach

ทีมมหาวิทยาลัยนเรศวรพัฒนาไมโครพาร์ติเคิลแอนโดรกราโฟไลด์ด้วย spray drying จากไคโตซาน เซลลูโลส และพอลอกซาเมอร์ สูตรที่เลือกมีขนาด 3-5 ไมโครเมตร ปลดปล่อย 89.23% ใน 4 ชั่วโมง และลดไตเตอร์ Influenza A/H1N1 3.3 log10 ในการทดสอบห้องปฏิบัติการ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานความปลอดภัยหรือประสิทธิผลเมื่อสูดในสัตว์หรือคน

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • สูตรเหมาะสมมีแอนโดรกราโฟไลด์ 0.6%, chitosan 62.2%, HEC 15.5% และ Poloxamer 188 21.7% ใช้ความหนืด 15 cP แรงดัน 1.1 bar และป้อน 3 mL/min ได้อนุภาค 3-5 ไมโครเมตร ประสิทธิภาพกักเก็บ 54.47% ปลดปล่อย 22.31% ต่อชั่วโมงและ 89.23% ภายใน 4 ชั่วโมง คงตัวที่ 28 ± 2°C/ความชื้น 50% และลดไวรัส 3.3 log10 หรือยับยั้ง 99.95%
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

หากผ่านการทดสอบก่อนคลินิก สูตรนี้อาจเป็นแพลตฟอร์มนำส่งสารธรรมชาติสู่ทางเดินหายใจเฉพาะที่ ลดการใช้ตัวทำละลายและช่วยควบคุมขนาดอนุภาคด้วยกระบวนการที่อุตสาหกรรมคุ้นเคย

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

ทีมวิศวกรรมเครื่องกล เภสัชเทคโนโลยี และนวัตกรรมเคมีของมหาวิทยาลัยนเรศวรร่วมออกแบบกระบวนการ spray drying ตัวพาพอลิเมอร์ การประเมินความคงตัว และการทดสอบชีวภาพ

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

การลดไตเตอร์ไวรัสเกิดในระบบห้องปฏิบัติการ บทคัดย่อไม่ระบุแบบจำลองเซลล์ ความเข้มข้นเทียบยา หรือความเป็นพิษต่อเนื้อเยื่อปอด ไม่มีข้อมูล aerosol performance เช่น MMAD, fine-particle fraction, deposition, การระคายเคือง ปริมาณยาในปอด หรือผลในสัตว์และคน ประสิทธิภาพกักเก็บเพียง 54.47% ยังต้องปรับปรุง

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

PolymersPolymers

DOI: 10.3390/polym18131655

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ