นักเรียนอาชีวศึกษาชั้นปีที่ 11 จำนวน 60 คนแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง FPBL และกลุ่มควบคุมแบบไม่เท่าเทียม วัด engagement ด้านพฤติกรรม อารมณ์และการรู้คิด รวมทั้งทักษะวิเคราะห์แหล่งข้อมูล ตีความบริบท และสังเคราะห์ข้อโต้แย้งทางประวัติศาสตร์
ข้อค้นพบสำคัญ
- กลุ่ม FPBL ดีขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมใน engagement ทั้งสามด้านและทักษะประวัติศาสตร์หลายมิติ ผลสนับสนุนกลไกจากการเตรียมดิจิทัลก่อนชั้น การสืบค้นร่วม และการสะท้อนหลังเรียน
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
การทำให้ประวัติศาสตร์เชื่อมกับงานและการสืบค้นเป็นโจทย์การศึกษาวิชาชีพทั่วโลก รูปแบบนี้น่าสนใจแต่ต้องแยกผลของเทคโนโลยี โครงการ และคุณภาพครูในการศึกษาที่ใหญ่กว่า
บทบาทของนักวิจัยไทย
ผู้เขียนที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพร่วมพัฒนาและประเมินรูปแบบการสอนในบริบทอาชีวศึกษา
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ตัวอย่าง 60 คน กลุ่มไม่สุ่ม อาจมีความต่างพื้นฐานและ teacher effect ไม่ทราบระยะติดตามหรือการปกปิด และผลจากชั้นเรียนเดียวอาจไม่ทั่วไป