Thai University RankingsRESEARCH RADAR
มีหลักฐานผลกระทบระดับโลก

ประเมินรังสีหลายเส้นทางในชุมชนเหมืองดีบุกเก่า พบปริมาณรวมสอดคล้องพื้นหลังธรรมชาติ

Comprehensive exposure assessment of residents in a former tin mining area in Kanchanaburi, Thailand

การประเมินชุมชนอีต่อง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เหมืองดีบุกเก่าบนชั้นหินแกรนิต ครอบคลุมเรดอน โทรอน รังสีแกมมา อาหาร และน้ำดื่ม พบปริมาณรังสีมีผลรวมราว 2.8 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี และการเปรียบเทียบพื้นที่ควบคุมสนับสนุนว่าแหล่งหลักมาจากธรณีวิทยาธรรมชาติ ไม่ใช่สารตกค้างจากเหมือง

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • ปริมาณรังสีจากการหายใจรวม 0.9 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี โดยโทรอนเป็นองค์ประกอบเด่น น้ำดื่มให้เพียง 0.03 มิลลิซีเวิร์ต อาหารให้ 1.47 มิลลิซีเวิร์ต ซึ่ง 1.1 มิลลิซีเวิร์ตมาจาก Po-210 ในอาหารทะเล และรังสีแกมมาภายนอก 0.45 มิลลิซีเวิร์ต ผลรวม 2.8 มิลลิซีเวิร์ตสอดคล้องกับพื้นหลังธรรมชาติที่ผู้วิจัยประเมิน
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

กรอบประเมินรังสีมักเน้นเรดอน แต่งานนี้ชี้ว่าในพื้นที่หินแกรนิตและทอเรียมสูง การไม่วัดผลิตผลสลายตัวของโทรอนอาจประเมินเส้นทางหายใจต่ำเกินไป ข้อค้นพบจึงมีความสำคัญต่อชุมชนบนธรณีวิทยาคล้ายกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และต่อการออกแบบการเฝ้าระวังแบบหลายเส้นทาง

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ร่วมกับมหาวิทยาลัยฮิโรซากิ เชื่อมความเชี่ยวชาญด้านการวัดรังสี วิศวกรรมนิวเคลียร์ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมกับโจทย์ชุมชนไทยโดยตรง

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

นี่เป็นการประเมินการสัมผัส ไม่ใช่การศึกษาผลลัพธ์สุขภาพ ปริมาณรังสีคำนวณจากสมมติฐานการบริโภค เวลาอยู่อาศัย และสัมประสิทธิ์แปลงขนาดรังสี จึงมีความไม่แน่นอน ผลจากชุมชนเดียวไม่ควรแทนทุกพื้นที่เหมืองหรือพื้นที่หินแกรนิต และคำว่า “พื้นหลังธรรมชาติ” ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

Scientific ReportsScientific Reports

DOI: 10.1038/s41598-026-60444-7

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ