การเปรียบเทียบผู้ป่วย long COVID 21 คนกับกลุ่มไม่แสดงอาการ 24 คนพบจำนวนเม็ดเลือดขาว โมโนไซต์ และเกล็ดเลือดต่ำกว่า พร้อมค่า APTT ยาวกว่า เมื่อนำไปพิจารณาร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลทรานสคริปโตมิกสาธารณะ ผู้วิจัยเสนอแบบจำลองที่เชื่อมการอักเสบกับการแข็งตัวของเลือด แต่ข้อมูลขนาดเล็กและคนละชุดยังพิสูจน์กลไกไม่ได้
ข้อค้นพบสำคัญ
- กลุ่ม long COVID มีเม็ดเลือดขาวรวมต่ำกว่า (p=0.031) โมโนไซต์ต่ำกว่า (p=0.008) เกล็ดเลือดต่ำกว่า (p=0.040) และ APTT ยาวกว่า (p=0.016) การวิเคราะห์ทรานสคริปโตมิกพบ enrichment ของเส้นทางการอักเสบ cellular stress และ coagulation พร้อม hub genes ได้แก่ IL6, MYC, CDKN1A, SERPINE1, CD44 และ PLAUR
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
งานนี้เสนอชุดสมมติฐานและตัวบ่งชี้ที่อาจนำไปออกแบบงาน prospective เพื่อแยกกลุ่ม long COVID และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภูมิคุ้มกันกับการแข็งตัวของเลือด ยังไม่ใช่ biomarker panel หรือเป้ารักษาที่พร้อมใช้
บทบาทของนักวิจัยไทย
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพะเยาร่วมออกแบบการเชื่อมข้อมูลโลหิตวิทยากับชีวสารสนเทศ ทำให้ทีมไทยมีบทบาททั้งด้านเทคนิคการแพทย์ สาธารณสุขอาชีวอนามัย และภูมิคุ้มกันวินิจฉัย
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ตัวอย่างทางคลินิกมีเพียง 45 คน การออกแบบเปรียบเทียบไม่ยืนยันลำดับเวลา และบทคัดย่อไม่ระบุการจับคู่กลุ่ม โรคร่วม ยา ระยะหลังติดเชื้อ หรือการแก้ multiple testing ข้อมูลทรานสคริปโตมิกเป็นชุดสาธารณะแยกจากผู้ที่ตรวจเลือด การแสดงออกของ CD44, SERPINE1 และ PLAUR จึงไม่พิสูจน์การเกาะผนังหลอดเลือดหรือ hypofibrinolysis โดยตรง