งานนี้เปรียบเทียบผงแร่แกรนิต หินปูน หินดินดาน และพัมมิซใน asphalt mastic ที่ 130–170°C และสร้าง response-surface model ของผลร่วมระหว่างอุณหภูมิ ปริมาณ filler และความเร็วหมุนต่อความหนืด เพื่อช่วยออกแบบการผสมและบดอัดแอสฟัลต์
ข้อค้นพบสำคัญ
- อุณหภูมิและปริมาณ filler ควบคุมความหนืดมากที่สุด ส่วนความเร็วหมุนกำหนดระดับ non-Newtonian ตามชนิดวัสดุ จุดเปลี่ยน 15–20% ใกล้ colloidal packing threshold ราว 32–34% พัมมิซ shear-thickening สูงสุด n=1.22 แกรนิต shear-thinning n≈0.88–0.94 ที่ 160°C ปริมาณใช้งานตามเกณฑ์ workability ราว 30% สำหรับแกรนิต/หินปูน แต่ราว 22% สำหรับพัมมิซ โมเดลมี R²=0.84–0.96
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
การเลือก filler จากพื้นที่และอุณหภูมิการผลิตอย่างมีหลักฐานอาจลดพลังงาน ปัญหาบดอัด และความแปรปรวนของผิวทาง โดยเฉพาะเมื่อวัสดุทดแทนมีรูพรุนและพื้นที่ผิวต่างกัน
บทบาทของนักวิจัยไทย
ทีมวิศวกรรมโยธา สจล.ดำเนินการจำแนกวัสดุ ทดลองรีโอโลยี และสร้างแบบจำลองเพื่อแปลงคุณสมบัติผงแร่เป็นคำแนะนำกระบวนการ
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ทดสอบ binder และช่วงอุณหภูมิเฉพาะในห้องปฏิบัติการ โมเดล RSM เป็นเชิงประจักษ์และไม่รับประกันนอกช่วงทดลอง ยังไม่มีผล mixture เต็มรูปแบบ การแก่ตัว ความชื้น การเกาะยึด ความล้า ร่องล้อ หรือภาคสนาม และเกณฑ์ workability ไม่เท่ากับอายุใช้งานผิวทาง