Thai University RankingsRESEARCH RADAR
มีหลักฐานผลกระทบระดับโลก

เยื่อบุช่องท้องอักเสบจาก Mycobacterium kansasii ในผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง: บทเรียนจาก CT peritoneography และการตัดชิ้นเนื้อ

Biopsy-confirmed Mycobacterium kansasii peritonitis with CT peritoneography in a young PD patient: a case report

ผู้ป่วยชายอายุ 20 ปีที่ล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติมา 3 ปี มีอาการไม่จำเพาะ น้ำหนักลด และประสิทธิภาพการดึงน้ำลดลง แม้น้ำยาล้างไตมีเม็ดเลือดขาวเด่นชนิด mononuclear แต่การเพาะเชื้อ การย้อม AFB และการตรวจโมเลกุลซ้ำไม่พบเชื้อ CT ฉีดสีพบปมที่เยื่อบุช่องท้อง ส่วน CT peritoneography พบกระเปาะน้ำยาที่ติดค้างและการไหลเวียนไม่อิสระ การตัดชิ้นเนื้อพบ granulomatous inflammation แบบมีเนื้อตาย และเพาะเนื้อเยื่อได้ M. kansasii ที่ดื้อ rifampicin, moxifloxacin และ ciprofloxacin

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • การรักษาตามผลความไวด้วย isoniazid, azithromycin, ethambutol และ amikacin ร่วมกับถอดสายล้างไต ทำให้อาการและตัวชี้วัดการอักเสบดีขึ้นภายใน 6 สัปดาห์ แต่การรักษาหยุดก่อนกำหนดเมื่อผู้ป่วยเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาลในบริบทของ cardiomyopathy รุนแรง จึงไม่สามารถยืนยันการหายขาดของการติดเชื้อได้
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

รายงานนี้มีคุณค่าในฐานะสัญญาณเตือนสำหรับศูนย์ล้างไตทั่วโลกว่าเชื้อหายากอาจซ่อนอยู่หลังผลตรวจน้ำยาที่เป็นลบ และเสนอเส้นทางวินิจฉัยที่ผสานภาพถ่ายเชิงโครงสร้าง การประเมินการไหลของน้ำยา และชิ้นเนื้อ อย่างไรก็ตาม หลักฐานระดับรายกรณีไม่ใช่มาตรฐานการวินิจฉัยหรือแนวทางรักษาใหม่

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

คณะผู้เขียนที่มีสังกัดไทย ได้แก่ Thana Lertsuttimetta, Kewalee Sasiwimonphan, Anapat Sanpavat, Nibondh Udomsantisuk และ Talerngsak Kanjanabuch จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

เป็นผู้ป่วยเพียงรายเดียว ไม่มีตัวเปรียบเทียบ และผลลัพธ์ได้รับอิทธิพลจากโรคหัวใจรุนแรงร่วมด้วย การเสียชีวิตทำให้ติดตามการรักษาไม่ครบ จึงสรุปประสิทธิผลของสูตรยา ความจำเป็นของ CT peritoneography ในผู้ป่วยทุกราย หรือความสัมพันธ์เชิงเหตุผลไม่ได้

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

BMC NephrologyBMC Nephrology

DOI: 10.1186/s12882-026-05169-5

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ