งานจาก GISTDA ผสานข้อมูลเรดาร์ Sentinel-1 และ ALOS-2 กับวิธีคำนวณ IPCC เพื่อระบุช่วงปลูก-เก็บเกี่ยว จำแนกระบอบน้ำ และประมาณมีเทนจากนาข้าวชลประทานภาคกลาง กรอบงานให้ค่าคลาดเคลื่อนเฉลี่ย 18.5 กก.มีเทนต่อเฮกตาร์ แต่ความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้างของ emission factor ระดับ Tier 1 ยังใหญ่กว่าความคลาดเคลื่อนของอัลกอริทึมทั้งหมด
ข้อค้นพบสำคัญ
- ความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยของวันปลูกและเก็บเกี่ยวเท่ากับ 6.1±1.4 และ 8.3±1.7 วัน อัตราตรวจพบเชิงปฏิบัติการ 97.0%±2.7% ความแม่นยำสมดุลของการจำแนกระบอบน้ำอยู่ที่ 0.59-0.89 ค่าคลาดเคลื่อนทั้งระบบ 18.5±4.5 กก.CH4/เฮกตาร์ หรือ 21.4% ของค่าเฉลี่ยภาคพื้น และ bias เฉลี่ย 3.5±5.8 กก.CH4/เฮกตาร์
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
แนวทางเชิงพื้นที่ที่สอดคล้องกับ IPCC อาจสนับสนุนระบบ Monitoring, Reporting and Verification สำหรับนาข้าวและการติดตามมาตรการจัดการน้ำ แต่ต้องปรับเทียบกับข้อมูลภาคสนามและ emission factor ระดับประเทศก่อนใช้ในบัญชีก๊าซเรือนกระจกที่มีผลเชิงนโยบาย
บทบาทของนักวิจัยไทย
นักวิจัย GISTDA เป็นแกนหลักในการพัฒนากรอบวิเคราะห์พื้นที่นาข้าวไทย ร่วมกับ JAXA และผู้เชี่ยวชาญฝรั่งเศส เชื่อมเทคโนโลยีสำรวจโลกกับโจทย์บัญชีคาร์บอนของภาคเกษตร
ข้อจำกัดที่ควรรู้
พื้นที่ศึกษาอยู่ในนาข้าวชลประทานภาคกลาง การจำแนกระบอบน้ำบางช่วงมี balanced accuracy เพียง 0.59 และค่าภาคพื้นเป็นการคำนวณอ้างอิง ไม่ใช่การวัด flux ทุกแปลง ช่วงความไม่แน่นอนของ IPCC Tier 1 (-32% ถึง +48% ของค่าเริ่มต้น) สูงกว่าความคลาดเคลื่อนอัลกอริทึม จึงยังไม่ใช่การวัดการปล่อยโดยตรงหรือระบบ MRV ที่รับรองแล้ว
ตรวจสอบแหล่งต้นทาง
Remote SensingRemote Sensing↗DOI: 10.3390/rs18132194