งานทดลองนำเถ้าปาล์มน้ำมันและปูนเม็ดปาล์มน้ำมันมาผลิตจีโอโพลิเมอร์ โดยผสมชิ้นหน้ากากอนามัยและปรับสัดส่วนผงอะลูมินา สูตรหน้ากาก 2% กับอะลูมินา 2.5% ให้กำลังอัด 7.11 MPa หลังบ่มร้อน 28 วัน พร้อมค่าการนำความร้อนต่ำกว่าบล็อกคอนกรีตและอิฐดินเผาทั่วไปตามการทดสอบของงาน แต่ยังต้องพิสูจน์ความทนทาน ความปลอดภัยจากไฟ และการชะสารก่อนใช้งานจริง
ข้อค้นพบสำคัญ
- สูตรหน้ากาก 2% และอะลูมินา 2.5% ให้กำลังอัด 7.11 MPa หลังบ่มร้อน 28 วัน ความหนาแน่นรวมของมอร์ตาร์อยู่ที่ 1,123-1,521 กก./ลบ.ม. และตัวอย่างที่มีหน้ากากให้ค่าการนำความร้อนต่ำกว่าอิฐดินเผาและบล็อกคอนกรีตทั่วไปในการทดสอบของผู้วิจัย ผลชี้ว่าสัดส่วนของเสียและวิธีบ่มมีผลต่อสมดุลระหว่างกำลังกับฉนวน
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
ของเสียหน้ากากหลังโรคระบาดและเศษเหลืออุตสาหกรรมปาล์มเป็นภาระสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่ การเปลี่ยนเป็นวัสดุก่อสร้างอาจลดการฝังกลบและวัตถุดิบใหม่ได้พร้อมกัน แต่ประโยชน์สุทธิต้องคำนวณพลังงานบ่ม การขนส่ง อายุใช้งาน และปลายทางของวัสดุ
บทบาทของนักวิจัยไทย
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ต่อยอดของเสียจากอุตสาหกรรมปาล์มและยางพาราซึ่งสำคัญต่อภาคใต้ของไทย ให้เป็นแนวคิดวัสดุก่อสร้างหมุนเวียน
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ยังเป็นชิ้นทดสอบในห้องปฏิบัติการและรายงานผลเด่นของบางสูตร ไม่มีข้อมูลครบเรื่องการดูดซึมน้ำ การหดตัว วัฏจักรเปียก-แห้ง ความทนไฟ ควันหรือสารพิษจากพอลิเมอร์ การชะสาร ไมโครพลาสติก และอายุใช้งาน การบ่มร้อนอาจใช้พลังงานสูง และกำลัง 7.11 MPa ต้องเทียบข้อกำหนดตามประเภทการใช้งานก่อน