รายงานย้อนหลังผู้ป่วย 22 คนเสนอการดัดแปลงวัสดุซิลิโคนมาตรฐานเป็นตัว T เพื่อกดขั้วหลังของลูกตาใน myopic traction maculopathy โดยไม่ต้องดันวัสดุลึกด้านขมับ หลัง 12 เดือนผู้ป่วยทุกรายจอตากลับติดและไม่พบ macular atrophy พร้อมสัญญาณการมองเห็นดีขึ้นในกลุ่ม macular detachment แต่ไม่มี comparator และผู้ป่วยแต่ละกลุ่มได้รับหัตถการร่วมต่างกัน
ข้อค้นพบสำคัญ
- ผู้ป่วย 22 คนอายุเฉลี่ย 67.2 ปี มี BCVA ตั้งแต่ 20/400 ถึงเห็นเพียงการเคลื่อนไหวของมือ ใน 15 คนที่มี macular detachment และทำ buckle อย่างเดียว ค่าเฉลี่ย logMAR ดีขึ้นเป็น 0.82 ± 0.40 ที่ 6 เดือนและ 0.67 ± 0.42 ที่ 12 เดือน ระยะมัธยฐานการกลับติดของ fovea 3.5 เดือน ความยาวลูกตาเฉลี่ยลดจาก 29.9 ± 2.4 เป็น 28.4 ± 2.78 มม. และทุกรายจอตากลับติดโดยไม่พบ macular atrophy ณ 12 เดือน
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
ภาวะจอตาดึงรั้งจากสายตาสั้นรุนแรงรักษายากและเพิ่มขึ้นตามภาระ myopia ทั่วโลก เทคนิคที่ใช้วัสดุผ่าตัดมาตรฐานอาจเพิ่มทางเลือกในบริบทที่อุปกรณ์เฉพาะเข้าถึงยาก แต่ต้องมีหลักฐานเปรียบเทียบด้านการมองเห็น ความปลอดภัย และความทำซ้ำได้
บทบาทของนักวิจัยไทย
ทีมจากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วชิรพยาบาล และมหาวิทยาลัยรังสิตพัฒนาเทคนิคดัดแปลงวัสดุระหว่างผ่าตัดและรายงานผลติดตามจากผู้ป่วยจริงในประเทศไทย
ข้อจำกัดที่ควรรู้
เป็นการศึกษาย้อนหลังเพียง 22 คน ไม่มีการสุ่มหรือกลุ่มเปรียบเทียบ ผู้ป่วยมีพยาธิสภาพและหัตถการร่วมต่างกัน ทำให้แยกผลของ buckle รูปตัว T ไม่ได้ ระยะติดตาม 12 เดือนอาจสั้นต่อภาวะแทรกซ้อนระยะยาว และผลจากทีมศัลยแพทย์เฉพาะอาจไม่ทำซ้ำได้ทุกศูนย์