การศึกษาย้อนหลังผู้ป่วย repaired tetralogy of Fallot 120 คนพบว่า RVOT รูปท่อและรูปพีระมิดมีปริมาตรและการทำงานหัวใจ ภาวะลิ้นปอดรั่ว และเหตุการณ์ทางคลินิกใกล้เคียงกัน แต่ 4D-flow CMR ตรวจพบความแตกต่างของความเร็ว wall shear stress และ energy loss เฉพาะตำแหน่ง ข้อมูลชี้ความไวของเทคนิคภาพ แต่ยังไม่พิสูจน์ว่าตัวชี้วัดเหล่านี้ทำนายผลลัพธ์หรือช่วยเลือกการใส่ลิ้นปอดผ่านสายสวน
ข้อค้นพบสำคัญ
- สองกลุ่มหลักไม่ต่างด้านประชากร ประวัติ transannular patch เหตุการณ์ระยะยาว ปริมาตร/การทำงานหัวใจ หรือความรุนแรงของ pulmonary regurgitation กลุ่ม tubular มี peak velocity สูงกว่าที่ RVOT แต่ต่ำกว่าที่ right pulmonary artery มี maximum WSS สูงกว่าที่ RVOT, pulmonary valve และ main pulmonary artery และมี average energy loss สูงกว่าที่ pulmonary valve
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
4D-flow อาจช่วยทำ phenotype ทางไหลเวียนก่อนติดตามภาวะลิ้นปอดหรือวางแผนหัตถการ แต่ต้องมี threshold ที่ทำซ้ำได้และแสดงว่าช่วยพยากรณ์เหนือ CMR มาตรฐาน
บทบาทของนักวิจัยไทย
ทีมสหสาขาศิริราชด้านหัวใจเด็ก ศูนย์โรคหัวใจ และรังสีวิทยาสร้างฐานข้อมูล rTOF ไทยขนาดใหญ่และประยุกต์ 4D-flow กับกายวิภาคหลังผ่าตัด
ข้อจำกัดที่ควรรู้
เป็น retrospective single-center study รูปร่างกลุ่มย่อยมีน้อยและการเปรียบเทียบหลักเหลือ 108 คน อาจมี selection และ multiple-comparison bias ไม่รายงาน reproducibility ของการแบ่งรูปร่างหรือค่าตัด 4D-flow ที่มีความหมาย และเพราะผลลัพธ์ทางคลินิกไม่ต่างกัน จึงยังสรุปความเสี่ยงหรือความเหมาะสมต่อ PPVI ไม่ได้