ติดตามประชาชน 612 คนในชุมชนอีสาน 24 สัปดาห์หลังรักษา praziquantel แบบคัดเลือก พบการตรวจแอนติเจนปัสสาวะให้ความชุกตั้งต้น 41.0% เทียบอุจจาระ 8.1% และประมาณอุบัติการณ์/ติดซ้ำสูงกว่าราวสิบเท่า การกินปลาดิบใน 6 เดือนเพิ่มความเสี่ยง 7.52 เท่า ผลชี้ว่าการให้ยาอย่างเดียวไม่ตัดวงจรหากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมยังเดิม
ข้อค้นพบสำคัญ
- ความชุกตั้งต้น 41.0% จาก urine antigen เทียบ 8.1% จากอุจจาระ อุบัติการณ์ 64.6 ต่อ 100 person-years และ reinfection 63.7 ต่อ 100 person-years จาก urine ELISA เทียบ 7.5 และ 5.9 จาก FECT การกินปลาดิบ 6 เดือนก่อนมี aRR 7.52 (p10 ครั้ง/เดือน aRR 3.60 และเคยรับ praziquantel aRR 1.49
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
การควบคุม opisthorchiasis ซึ่งเชื่อมกับมะเร็งท่อน้ำดีต้องรวมการตรวจไว การรักษา การติดตาม reinfection ความปลอดภัยอาหารและการเปลี่ยนพฤติกรรมแบบไม่ตีตรา มากกว่ารณรงค์หรือแจกยาเป็นครั้งคราว
บทบาทของนักวิจัยไทย
งานรวมสถาบันไทยด้านปรสิตวิทยา มะเร็งท่อน้ำดี สาธารณสุข พยาบาล สัตวแพทย์ ห้องปฏิบัติการรัฐ และบริการปฐมภูมิ นำโดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยขอนแก่น ข้อมูลสังกัดแก้ตามข้อความดิบ: วิทยาเขตสกลนครของ ม.เกษตรศาสตร์ไม่ใช่ มรภ.สกลนคร และ รพ.สต.หนองหินไม่ใช่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ผลต่างระหว่างการตรวจอาจสะท้อน sensitivity, persistence/cross-reactivity ของ antigen หรือข้อจำกัด FECT ไม่ใช่ความจริงสองชุด ระยะ 24 สัปดาห์สั้นสำหรับฤดูกาลและมะเร็ง พฤติกรรมกินปลาดิบอาศัยการรายงานตนเอง และผู้เคยรับยาอาจเป็น marker ของการสัมผัสซ้ำ ไม่ใช่ยาทำให้ติดเชื้อ