การสัมภาษณ์ 48 คนเกี่ยวกับสถานศึกษารัฐระดับอุดมศึกษาในไนจีเรียพบอุปสรรคต่อความพร้อมตอบเหตุเพลิงไหม้ในห้ากลุ่ม ได้แก่ ผู้กำหนดนโยบายและหน่วยอนุมัติแบบ ผู้รับเหมาและที่ปรึกษา ผู้ปฏิบัติการดับเพลิง ฝ่ายบริหารสถาบัน และนักศึกษา งานเสนอให้ใช้กฎหมายปฏิรูปอุตสาหกรรมประกันภัยไนจีเรียปี 2025 เป็นแรงขับ แต่ยังไม่ได้ตรวจอาคารหรือทดสอบว่ามาตรการใดลดเหตุและการสูญเสีย
ข้อค้นพบสำคัญ
- อุปสรรคกระจายตลอดระบบกำกับดูแลและวงจรอาคาร ตั้งแต่การบังคับใช้มาตรฐาน การออกแบบและก่อสร้าง ความพร้อมของผู้ปฏิบัติ งบและการจัดการของมหาวิทยาลัย จนถึงความรู้และพฤติกรรมนักศึกษา ผู้เขียนเชื่อมความปลอดภัยของสถานศึกษากับเป้าหมาย SDG 4
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
มหาวิทยาลัยในประเทศทรัพยากรจำกัดมักมีอาคารหลายยุคและผู้ใช้หนาแน่น กรอบหลายผู้รับผิดชอบนี้ช่วยสร้าง audit checklist และแผนซ้อมร่วม แต่กฎหมายประกันภัยไม่ควรถูกมองแทนมาตรฐานอาคาร การตรวจระบบไฟ และความสามารถตอบเหตุ
บทบาทของนักวิจัยไทย
Mohamed Ahmed Hafez จากคณะการจัดการ มหาวิทยาลัยชินวัตร และ INTI International University ร่วมทีมข้ามหกประเทศ บทบาทไทยอยู่ในความร่วมมือด้านการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก ขณะที่ข้อมูลภาคสนามเป็นของไนจีเรีย
ข้อจำกัดที่ควรรู้
คัดตัวอย่างแบบสะดวกและรายงานมุมมอง ไม่ใช่ผลตรวจทางวิศวกรรม ไม่ระบุสัดส่วนผู้ให้ข้อมูลแต่ละกลุ่มหรือสถาบัน ไม่มีการสังเกตการซ้อม ข้อมูลเหตุเพลิงไหม้ หรือคะแนนความพร้อม และการเปรียบเทียบมาเลเซียอาจไม่ถ่ายโอนตรง