การศึกษาผู้มีความผิดปกติของระบบเวสทิบูลาร์ 42 คนพบว่า Mini-BESTest แยกกลุ่มเสี่ยงหกล้มได้ระดับต่ำถึงปานกลาง (AUC 0.69) จุดตัด ≤23 มี sensitivity 92.3% แต่ specificity 44.8% จึงอาจช่วยไม่ให้พลาดผู้เสี่ยง แต่ให้ผลบวกเกินจำนวนมากและไม่ควรใช้วินิจฉัยเดี่ยว
ข้อค้นพบสำคัญ
- AUC เท่ากับ 0.69 จุดตัด ≤23 ให้ sensitivity 92.3% specificity 44.8%, LR+ 1.67 และ LR- 0.17 ค่า LR- สนับสนุนการใช้ผลสูงเพื่อลดความน่าจะเป็นของความเสี่ยง แต่ LR+ ต่ำทำให้ผลคัดกรองบวกยืนยันไม่ได้ ในการวิเคราะห์ย่อยมีเพียง reactive postural control ที่แสดงแนวโน้มจำแนกอย่างมีนัยภายใต้ bootstrap (95% CI 0.516-0.823)
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
การหกล้มสร้างภาระสูงและผู้มีปัญหาเวสทิบูลาร์เป็นกลุ่มเสี่ยง เครื่องมือสั้นที่ไวอาจช่วยจัดลำดับส่งต่อกายภาพบำบัดในระบบทรัพยากรจำกัด หากจุดตัดได้รับการยืนยันในประชากรต่างศูนย์และผูกกับการล้มในอนาคต
บทบาทของนักวิจัยไทย
ทีมกายภาพบำบัดและโสตประสาทวิทยาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพัฒนาหลักฐานจุดตัดที่เฉพาะกับผู้มีความผิดปกติเวสทิบูลาร์ แทนการยืมเกณฑ์จากประชากรอื่นโดยตรง
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ตัวอย่างเพียง 42 คน จุดตัดถูกหาและประเมินในชุดเดียวจึงเสี่ยง optimistic bias เกณฑ์อ้างอิงเป็น composite จากประวัติและ test อื่น ไม่ใช่การติดตามการล้มในอนาคต ความจำเพาะต่ำหมายถึงต้องประเมินต่อ และการวิเคราะห์ subscore เป็น exploratory พร้อม CI กว้าง