การวิเคราะห์ย้อนหลังงานประเมินเศรษฐศาสตร์สุขภาพ 68 เรื่องที่เสร็จในปี 2553–2561 พบว่า 12 จาก 21 เทคโนโลยีที่ได้รับอนุมัติมีมูลค่าประโยชน์สุทธิติดลบ ณ เกณฑ์ความคุ้มค่าของประเทศ แต่ทุกกรณีมีเหตุผลด้านความรุนแรงของโรค ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ความหายาก การขาดทางเลือก หรือมาตรฐานการรักษาประกอบ จึงชี้ว่ากระบวนการไทยไม่ได้ใช้ความคุ้มค่าเป็นเกณฑ์เดียว
ข้อค้นพบสำคัญ
- ในกลุ่มอนุมัติ 12/21 รายการ หรือ 57.1% มี NMB ติดลบที่เกณฑ์ประเทศ แต่มีคำอธิบายหลายเกณฑ์ครบทุกกรณี ส่วน 85.1% ของ 47 รายการที่ไม่อนุมัติมี NMB ภายใต้อนุสัญญาเครื่องหมายแบบไม่รับเทคโนโลยีสอดคล้องกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ คะแนนเฉลี่ยด้านการใช้เชิงนโยบายสูงสุด 3.34 ตามด้วยประโยชน์ต่อระบบสุขภาพ 2.54 การพัฒนาศักยภาพ 1.97 และการผลิตความรู้ 1.87
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
หลายประเทศรายได้ต่ำและปานกลางกำลังสร้างระบบ HTA กรณีไทยแสดงให้เห็นว่าความโปร่งใสต้องครอบคลุมทั้งแบบจำลองความคุ้มค่าและเหตุผลคุณค่าทางสังคมที่คณะกรรมการใช้ งานนี้จึงเป็นข้อมูลเชิงสถาบันสำหรับการออกแบบเส้นทางจาก HTA ไปสู่การเบิกจ่าย
บทบาทของนักวิจัยไทย
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานนโยบายไทยหลายแห่งนำข้อมูลการตัดสินใจจริงของบัญชียาหลักแห่งชาติมาวิเคราะห์ ทำให้ประสบการณ์ของไทยเป็นกรณีศึกษาระดับนานาชาติด้านการจัดลำดับความสำคัญอย่างมีหลักฐาน
ข้อจำกัดที่ควรรู้
เป็นการวิเคราะห์ย้อนหลังจึงขึ้นกับเอกสารที่เก็บไว้และการตีความคะแนนแบบอันดับ NMB ไวต่อสมมติฐาน แบบจำลอง และอนุสัญญาเครื่องหมาย อีกทั้งผลรวมกระจุกตัวมาก โดยการศึกษาแบบช่วงชีวิตเพียง 14 เรื่องคิดเป็น 93.6% ของยอดกลุ่มนั้น งานไม่ได้เปรียบเทียบกับระบบที่ไม่มี HTA และไม่ได้วัดผลลัพธ์ผู้ป่วยโดยตรง