การเก็บน้ำนมดิบ 24 ตัวอย่างจากฟาร์มแพะแห่งเดียวในนราธิวาส 3 รอบพบองค์ประกอบทางกายภาพและเคมีโดยทั่วไปอยู่ในช่วงยอมรับได้และไม่พบ Salmonella แต่พบเชื้อที่คาดว่าเป็น Staphylococcus aureus และจำนวนเซลล์โซมาติกสูงทุกชุด ขณะที่ 54.17% ของตัวอย่างให้ผลตรวจสารตกค้างยาปฏิชีวนะ จึงเป็นสัญญาณให้ตรวจสุขภาพเต้านมและการใช้ยาอย่างเป็นระบบ
ข้อค้นพบสำคัญ
- โคลิฟอร์มรวมอยู่ที่ 2.81×10¹–5.00×10¹ CFU/mL และแบคทีเรียทนความร้อน 3.75×10¹–1.49×10² CFU/mL ไม่พบ Salmonella ค่าเฉลี่ยเชื้อที่คาดว่าเป็น S. aureus เท่ากับ 6.81×10⁴ CFU/mL และเซลล์โซมาติก 2.83×10⁶ เซลล์/mL ส่วน 54.17% ของตัวอย่างให้ผลสารตกค้างยาปฏิชีวนะ
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
ฟาร์มแพะขนาดเล็กทั่วภูมิภาคเผชิญโจทย์เชื่อมโยงสุขภาพสัตว์ สุขอนามัยการรีดนม และการใช้ยาต้านจุลชีพ ผลกรณีศึกษาชี้ตัวชี้วัดที่ระบบส่งเสริมปศุสัตว์และห่วงโซ่นมสามารถติดตามร่วมกันภายใต้แนวคิด One Health
บทบาทของนักวิจัยไทย
นักวิจัยมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์นำการตรวจภาคสนามและห้องปฏิบัติการมาใช้กับบริบทฟาร์มชายแดนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่หลักฐานคุณภาพนมแพะระดับฟาร์มยังมีจำกัด
ข้อจำกัดที่ควรรู้
มีเพียงฟาร์มเดียว 24 ตัวอย่าง และการเก็บซ้ำจากระบบเดียวจึงไม่ใช่ตัวอย่างอิสระสำหรับประมาณความชุก ไม่มีกลุ่มฟาร์มเปรียบเทียบ เชื้อถูกระบุว่า presumptive และบทคัดย่อไม่ระบุการยืนยันระดับโมเลกุล การตรวจสารตกค้างไม่ได้บอกชนิดหรือความเข้มข้น จึงยังสรุปสาเหตุหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายไม่ได้