แบบสำรวจผู้ใช้ QRIS ในอินโดนีเซีย 493 คนพบว่า perceived information quality สัมพันธ์กับความไว้วางใจมากที่สุด รองลงมาคือคุณภาพระบบและบริการ ความไว้วางใจสัมพันธ์กับความตั้งใจ และความตั้งใจสัมพันธ์กับการใช้จริงอย่างมาก ขณะที่การรับรู้การสนับสนุนด้านกฎระเบียบไม่ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ trust–intention อย่างมีนัยสำคัญ ผลนี้อธิบายรูปแบบการรับรู้ของผู้ใช้ ไม่ใช่หลักฐานว่าการเปลี่ยนหน้าจอจะทำให้ธุรกรรมเพิ่มขึ้นโดยตรง
ข้อค้นพบสำคัญ
- information quality มีค่าสัมประสิทธิ์ต่อ trust β=0.539 ตามด้วย system quality β=0.305 และ service quality β=0.086 ความไว้วางใจสัมพันธ์กับ intention β=0.393 และ intention กับ actual use β=0.762 ส่วน moderation ของ regulatory support เท่ากับ β=0.033, t=0.655 จึงไม่สนับสนุนสมมติฐาน โมเดลอธิบายความแปรปรวนของ trust 67.8%, intention 59.5% และ use 58.1% โดย SRMR=0.078
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
ประเทศที่พัฒนามาตรฐาน QR ร่วมสามารถใช้ผลนี้เป็นสมมติฐานออกแบบบริการ โดยให้ความสำคัญกับจำนวนเงินที่อ่านง่าย ใบเสร็จเร็ว เหตุผลเมื่อธุรกรรมล้มเหลว และเส้นทางคืนเงินที่คาดการณ์ได้ อย่างไรก็ดี ควรทดลองกับข้อมูลธุรกรรมจริงและกลุ่มที่เข้าถึงดิจิทัลต่างกัน
บทบาทของนักวิจัยไทย
Waiphot Kulachai จากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมวิจัยกับมหาวิทยาลัยในอินโดนีเซียและไต้หวัน เป็นบทบาทไทยด้านแบบจำลองพฤติกรรมผู้ใช้ดิจิทัล ขณะที่ QRIS และผู้ตอบทั้งหมดอยู่ในอินโดนีเซีย ไม่ใช่ระบบ PromptPay ของไทย
ข้อจำกัดที่ควรรู้
เป็นแบบสำรวจภาคตัดขวางและอาศัยการรายงานการใช้ด้วยตนเอง จึงเสี่ยง common-method bias และ reverse interpretation เครื่องมือ information quality เน้นการนำเสนอมากกว่าความถูกต้องของเนื้อหา และโมเดลยังไม่รวม habit, social influence, incentives, merchant density และ perceived risk