การทดลองควบคุมความร้อน 41/28 องศาเซลเซียสกลางวัน/กลางคืนเป็นเวลา 7 วันในช่วงเมล็ดระยะน้ำนม เปรียบเทียบพันธุ์ข้าวที่มีความทนต่างกัน พบว่าความร้อนเปลี่ยนช่วงพัฒนาการ การเคลื่อนย้ายมวลแห้ง การติดเมล็ด และองค์ประกอบผลผลิตไม่เท่ากัน พันธุ์ N22, Dular และ SPT1 ถูกจัดเป็นกลุ่มทน ขณะที่หลายพันธุ์ไทยตอบสนองตั้งแต่ค่อนข้างทนถึงไว
ข้อค้นพบสำคัญ
- RD41 เพิ่มมวลแห้งบางส่วนภายใต้ความร้อน ขณะที่ PSL2 เด่นด้านการเคลื่อนย้ายสารสะสม ส่วน CN1 และ RD49 สูญเสียผลผลิตมาก RD63 ลดลงทุกองค์ประกอบผลผลิต และ N22 รักษาผลผลิตได้ดีที่สุด งานเสนอการเลื่อนช่วงพัฒนาการและอัตราติดเมล็ดเป็นตัวชี้วัดร่วม โดยจัด N22, Dular, SPT1 เป็นทน และ PTT1, RD29, RD31, RD49, RD57, RD63 รวม IR64 เป็นกลุ่มไว
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
เมื่อคลื่นความร้อนกระทบระยะสืบพันธุ์ของข้าวบ่อยขึ้น การแยกกลไกการทนตามพันธุ์ช่วยให้โครงการปรับปรุงพันธุ์เลือกทั้งแหล่งพันธุกรรมและลักษณะที่ตรวจวัดได้ แทนการดูผลผลิตปลายทางเพียงอย่างเดียว
บทบาทของนักวิจัยไทย
ทีมขอนแก่นและราชภัฏร้อยเอ็ดประเมินพันธุ์ข้าวไทยหลายพันธุ์เทียบกับมาตรฐานสากล ทำให้เห็นทั้งพันธุ์ที่เป็นแหล่งความทนและพันธุ์ที่ควรเฝ้าระวังภายใต้ภูมิอากาศร้อนขึ้น
ข้อจำกัดที่ควรรู้
เป็นการทดลองควบคุมระยะสั้น ไม่ได้ทดสอบหลายพื้นที่หรือหลายฤดู และแยกความร้อนออกจากภัยแล้ง ความชื้นและอุณหภูมิกลางคืนแบบแปลงจริง จำนวนพันธุ์ที่รายงานกับจำนวนที่จัดกลุ่มต้องอ่านรายละเอียดการออกแบบจากฉบับเต็ม และยังไม่มีการยืนยันยีนหรือกลไกระดับโมเลกุล