การศึกษา quasi-experimental ในนักเรียนมัธยมกรุงเทพฯ 40 คนแบ่งกลุ่มหลักสูตรความรอบรู้สุขภาพจิตแบบพบหน้าและออนไลน์ 20 คนกับชั้นเรียนปกติ 20 คน หลัง 10 สัปดาห์กลุ่มแทรกแซงมีคะแนนการรับมือการกลั่นแกล้งสูงกว่าและมี normalized gain ระดับปานกลางทุกมิติ แต่ขนาดตัวอย่างเล็กและผลลัพธ์เป็นแบบสอบถาม ไม่ใช่การลดเหตุการณ์กลั่นแกล้งหรืออันตรายทางสุขภาพจิตที่ยืนยันแล้ว
ข้อค้นพบสำคัญ
- กลุ่มหลักสูตรมีคะแนนรับมือสูงกว่ากลุ่มควบคุมและ N-gain ระดับปานกลางในทุกมิติที่รายงาน บทคัดย่อไม่ให้คะแนนดิบ ขนาดผล ช่วงความเชื่อมั่น วิธีจัดกลุ่ม หรือการปรับค่าก่อนเรียน จึงประเมินความสำคัญทางปฏิบัติได้จำกัด
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
การกลั่นแกล้งในโรงเรียนเชื่อมกับความทุกข์ การขาดเรียน และความเสี่ยงสุขภาพจิต หลักสูตรแบบผสมอาจขยายการเข้าถึง แต่ต้องทำงานร่วมกับนโยบายโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง ช่องทางร้องเรียน และบริการสุขภาพจิต
บทบาทของนักวิจัยไทย
นักวิจัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒทดสอบการสอนที่เชื่อมความรอบรู้สุขภาพจิตกับการรับมือสถานการณ์จริงในโรงเรียนไทย แทนการวัดเพียงความรู้
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ตัวอย่าง 40 คนจากบริบทเดียวและการจัดกลุ่มที่ไม่ชัดว่าเป็นการสุ่มเสี่ยง selection bias ผู้ตอบรู้กลุ่มของตนและรายงานตนเอง อาจตอบตามคาด ไม่มีผู้ประเมินปกปิด การติดตาม การวัดเหตุการณ์กลั่นแกล้ง อาการซึมเศร้า ความปลอดภัย หรือผลเสียจากการเปิดเผยประสบการณ์