การศึกษาทารกในครรภ์เสี่ยงโรคฮีโมโกลบินบาร์ต 418 รายพบรูปแบบความเร็วการไหลช่วงกลางไดแอสโตลของหัวใจซ้ายและขวาต่างกันระหว่าง 84 รายที่เป็นโรคกับ 334 รายที่ไม่เป็นโรค สัญญาณสอดคล้องกับการปรับตัวของหัวใจต่อภาวะโลหิตจาง แต่ยังไม่ใช่การทดสอบคัดกรองที่พร้อมใช้แทนมาตรฐานวินิจฉัย
ข้อค้นพบสำคัญ
- IDV หัวใจห้องล่างขวาต่ำกว่าในกลุ่มเป็นโรค 24.5±5.76 เทียบกับ 26.66±6.88 (p=0.010) ขณะที่ห้องล่างซ้ายสูงกว่า 22.36±5.79 เทียบกับ 20.54±5.54 (p=0.008) อัตราส่วน E/IDV และ A/IDV ด้านซ้ายต่ำกว่า และในกลุ่มเป็นโรค cardiac output ด้านขวากับ myocardial performance index สูงกว่าด้านซ้าย
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
Hb Bart's disease เป็นภาวะรุนแรงที่พบสัมพันธ์กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานนี้เพิ่มความเข้าใจสรีรวิทยาหัวใจทารกเมื่อเผชิญภาวะพร่องออกซิเจนจากโลหิตจาง และอาจช่วยออกแบบตัวชี้วัดเสริมสำหรับติดตามความรุนแรงในอนาคต
บทบาทของนักวิจัยไทย
นักวิจัยภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาและศูนย์ทารกในครรภ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินการศึกษาจากฐานข้อมูลผู้ป่วยที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย
ข้อจำกัดที่ควรรู้
เป็นการเปรียบเทียบเชิงสังเกตจากภาพที่บันทึกไว้ในศูนย์เดียว ช่วงอายุครรภ์จำกัด และบทคัดย่อไม่รายงานความเที่ยงระหว่างผู้วัดหรือประสิทธิภาพจำแนกโรค จึงยังสรุปเหตุและผล กำหนดค่าตัด หรือใช้แทนการวินิจฉัยยืนยันไม่ได้
ตรวจสอบแหล่งต้นทาง
Journal of Clinical UltrasoundJournal of Clinical Ultrasound↗DOI: 10.1002/jcu.70337