ชายไทยอายุ 20-55 ปีที่มารับบริการภาวะมีบุตรยาก 116 คนตอบเรื่องกางเกงชั้นในและตรวจน้ำเชื้อหนึ่งครั้ง พบผู้ที่ใส่แบบหลวมทั้งกลางวันและกลางคืนมีปริมาตรน้ำเชื้อสูงกว่าเฉลี่ย 1.232 มิลลิลิตร ขณะที่ผู้ใส่แบบรัดทั้งสองช่วงมีสัดส่วนรูปร่างอสุจิปกติสูงกว่าเล็กน้อย ส่วนจำนวน การเคลื่อนไหว และ DNA fragmentation ไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก 93.1% ใส่แบบรัดตอนกลางวัน ทำให้บางกลุ่มเปรียบเทียบเล็กมาก และเป็นการสังเกตผู้มารักษาที่วัดครั้งเดียว ผลจึงไม่ยืนยันว่าการเปลี่ยนกางเกงทำให้ภาวะเจริญพันธุ์ดีขึ้นและอาจได้รับอิทธิพลจากตัวแปรกวน
ข้อค้นพบสำคัญ
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
ผลงานเพิ่มองค์ความรู้ในสาขาและเปิดทางให้ตรวจสอบหรือต่อยอดในบริบทอื่น การตีความผลกระทบควรยึดขอบเขตและหลักฐานของงานต้นฉบับเป็นหลัก ระบบให้สัญญาณผลกระทบ 74 จาก 100 ซึ่งใช้เพื่อจัดลำดับการนำเสนอ ไม่ใช่คะแนนคุณภาพวารสารหรือการจัดอันดับนักวิจัย
บทบาทของนักวิจัยไทย
การเชื่อมโยงกับประเทศไทยปรากฏผ่านผู้เขียนหรือสังกัด ได้แก่ Chulalongkorn University
ข้อจำกัดที่ควรรู้
บทวิเคราะห์นี้อาศัยข้อมูลบรรณานุกรม บทคัดย่อ และแหล่งต้นทางที่เข้าถึงได้ ไม่ได้แทนการอ่านบทความฉบับเต็ม และไม่ควรอนุมานเหตุเป็นผลหรือการใช้จริงเกินกว่าที่ผู้วิจัยรายงาน