การศึกษาภาคตัดขวางในชายไทย 116 คนที่มารับบริการมีบุตรยากสำรวจรูปแบบกางเกงชั้นในและตรวจน้ำเชื้อหนึ่งครั้ง พบความสัมพันธ์บางตัวกับปริมาตรน้ำเชื้อและรูปร่างอสุจิ แต่ไม่พบความต่างในตัวชี้วัดอื่น และไม่สามารถสรุปว่ากางเกงชั้นในเป็นสาเหตุ
ข้อค้นพบสำคัญ
- ผู้เข้าร่วม 93.1% ใส่กางเกงชั้นในรัดรูปกลางวัน และ 74.1% ใส่ boxer หรือไม่ใส่กลางคืน ผู้ที่ใส่หลวมทั้งกลางวันและกลางคืนมีปริมาตรน้ำเชื้อมากกว่า 1.232 mL (95% CI 0.406–2.057; p=0.004) แต่ผู้ใส่รัดรูปทั้งสองช่วงมีสัดส่วนรูปร่างปกติสูงกว่า 0.491 หน่วย (95% CI 0.044–0.937; p=0.031) ตัวแปรอื่นไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
คำถามนี้มีความสนใจสูงเพราะเป็นพฤติกรรมปรับได้และต้นทุนต่ำ แต่หลักฐานที่เชื่อถือได้ต้องใช้ cohort หรือ randomized crossover ที่ควบคุมอุณหภูมิ ระยะเวลาสร้างอสุจิ และปัจจัยร่วม ไม่ใช่แบบสอบถามครั้งเดียว
บทบาทของนักวิจัยไทย
ทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สร้างข้อมูลเฉพาะประชากรไทยจากหน่วยมีบุตรยาก และวัดทั้ง semen parameters กับ DNA fragmentation
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ภาคตัดขวาง ศูนย์เดียว กลุ่มคลินิกมีบุตรยาก ไม่ใช่ประชากรทั่วไป ใช้ self-report และน้ำเชื้อครั้งเดียว สัดส่วนกลุ่มหลวมกลางวันเพียง 6.9% เสี่ยง imprecision มีหลายผลลัพธ์และอาจเกิด chance finding ไม่ทราบระยะเวลาการใส่ อุณหภูมิ อาชีพ การงดหลั่ง และปัจจัยวิถีชีวิตครบ