การทดลองแบบสุ่มเป็นกลุ่มใน 8 โรงเรียน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ศึกษานักเรียนเสี่ยง 240 คน อายุ 12–18 ปี โปรแกรม SHIELD 12 สัปดาห์ลดคะแนนซึมเศร้าและการติดอินเทอร์เน็ตเมื่อเทียบกลุ่มรอรับโปรแกรม พร้อมอัตราตอบสนองทางอาการซึมเศร้าสูงกว่าและต้นทุนต่อ depression-free year ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ผู้วิจัยใช้ ผลมีนัยสำคัญและออกแบบดีกว่างานสังเกต แต่ยังควรทำซ้ำในหลายจังหวัดและติดตามนานขึ้น
ข้อค้นพบสำคัญ
- ที่ 6 เดือน PHQ-9 ต่างเฉลี่ย −3.1 คะแนน (95% CI −4.0 ถึง −2.2; d=0.68) และ IAT −11.2 (95% CI −14.8 ถึง −7.6; d=0.67) การลด PHQ-9 อย่างน้อย 50% เท่ากับ 64.8% เทียบ 25.5% (OR 5.4; NNT 3) remission 35.2% เทียบ 11.8% (OR 4.1; NNT 5) fidelity 88.4% และโรงเรียนรับใช้โปรแกรมครบ 100% ICER 12,830 บาทต่อ depression-free year ต่ำกว่าเกณฑ์ 34,400 บาทที่งานกำหนด
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
เป็นตัวอย่างการผสานสุขภาพจิตกับ digital well-being ในระบบโรงเรียนที่ทรัพยากรจำกัด และรายงานทั้งผลลัพธ์ การนำไปใช้ และเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี การขยายผลควรมีบุคลากรส่งต่อกรณีเสี่ยงและไม่แทนการรักษาเฉพาะบุคคล
บทบาทของนักวิจัยไทย
Seubtrakul Tantalanukul จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ สถาบันพระบรมราชชนก และ Amornpan Samorn จากโรงพยาบาลวังชิ้นพัฒนาและทดสอบโปรแกรมในบริบทชนบทไทยโดยตรง
ข้อจำกัดที่ควรรู้
มีเพียง 8 โรงเรียนในอำเภอเดียว จำนวนคลัสเตอร์น้อยและใช้กลุ่ม waitlist ซึ่งอาจขยายขนาดผลเมื่อเทียบกับ active control การติดตาม 6 เดือนยังไม่ตอบความยั่งยืนระยะยาว และผลเศรษฐศาสตร์ขึ้นกับสมมติฐานต้นทุนกับเกณฑ์ที่ใช้