บททบทวนอย่างเป็นระบบค้นงานทดลองสุ่มตั้งแต่มกราคม 2015 ถึงธันวาคม 2025 พบ 17 รายงานจาก 15 การทดลอง มีผู้เข้าร่วมรวม 6,256 คน และมีหญิงตั้งครรภ์น้ำหนักเกิน 2,216 คนในการวิเคราะห์กลุ่มย่อย การวิเคราะห์รวมใช้ข้อมูล 12 งานและหญิงน้ำหนักเกิน 1,728 คน โปรแกรมมักผสานอาหาร กิจกรรมทางกาย การตั้งเป้าหมาย การติดตามตนเอง และการติดตามแบบดิจิทัลหรือทางไกล
ข้อค้นพบสำคัญ
- โปรแกรมวิถีชีวิตสัมพันธ์กับน้ำหนักที่เพิ่มระหว่างตั้งครรภ์ลดลงเฉลี่ย 1.44 กิโลกรัม (95% CI −2.34 ถึง −0.55) แต่ความไม่เป็นเนื้อเดียวกันสูง (I²=76%) จึงควรตีความเป็นผลเฉลี่ยของโปรแกรมหลายรูปแบบ ไม่ใช่ผลรับประกันของโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
ผลนี้สนับสนุนการบูรณาการคำปรึกษาอาหารและการเคลื่อนไหวในระบบฝากครรภ์สำหรับหญิงน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นปัญหาร่วมของหลายประเทศ อย่างไรก็ดี การนำไปใช้ต้องวัดทั้งความปลอดภัย ผลต่อมารดาและทารก ความเท่าเทียมในการเข้าถึง และความเป็นไปได้ในระบบบริการ
บทบาทของนักวิจัยไทย
Phunthip Chomkhuntod Setthathanapokin, Phatcharaphon Whaikid และ Noppawan Piaseu มีสังกัดโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยทีมไทยเป็นผู้สังเคราะห์หลักฐานและกำหนดข้อเสนอสำหรับการดูแลหญิงตั้งครรภ์
ข้อจำกัดที่ควรรู้
โปรแกรมแตกต่างกันด้านเนื้อหา ความเข้ม ระยะเวลา และการติดตาม ทำให้ I² สูง การปกปิดในการแทรกแซงวิถีชีวิตทำได้ยาก รายงานผลกลุ่มน้ำหนักเกินมีจำกัด และผลเรื่องน้ำหนักไม่ควรถูกใช้แทนผลลัพธ์ทางคลินิกของมารดาและทารก
ตรวจสอบแหล่งต้นทาง
NutrientsNutrients↗DOI: 10.3390/nu18142258