แบบสำรวจนักเรียนอาชีวศึกษา 555 คนในสถาบันแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่า 55.0% มีความรู้กัญชาระดับต่ำ และ 48.8% มีความรอบรู้สุขภาพด้านกัญชาระดับต่ำ ระดับความรู้ไม่สัมพันธ์กับระดับความรอบรู้สุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ จึงชี้ว่าการให้ข้อเท็จจริงอย่างเดียวอาจไม่พอ
ข้อค้นพบสำคัญ
- คะแนนความรู้เฉลี่ย 7.23/15 และคะแนนความรอบรู้เฉลี่ย 41.72/75 โดยความสัมพันธ์ระหว่างระดับทั้งสองไม่ถึงนัยสำคัญ (p=0.134) ประสบการณ์ใช้กัญชาสัมพันธ์กับการใช้สารอื่น OR 4.115 การเคยได้รับการศึกษากัญชา OR 3.683 เพศชาย OR 2.621 ชั้นปี 2 OR 1.733 และคุณภาพความสัมพันธ์ครอบครัว OR 1.558 หลังปรับตัวแปร
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
ปัญหาการเข้าถึงกัญชาของวัยรุ่นเกิดขึ้นในหลายประเทศที่เปลี่ยนนโยบาย งานนี้สนับสนุนแนวคิดว่าหลักสูตรควรฝึกการตรวจสอบแหล่งข้อมูล การตัดสินใจ การสื่อสาร และทักษะดิจิทัล มากกว่าท่องจำความรู้เท่านั้น
บทบาทของนักวิจัยไทย
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์สร้างข้อมูลเฉพาะกลุ่มนักเรียนอาชีวะ ซึ่งมักมีหลักฐานน้อยกว่านักเรียนสายสามัญในงานสาธารณสุขไทย
ข้อจำกัดที่ควรรู้
อัตราตอบเพียง 20.9% จากสถาบันเดียวทำให้เกิด selection bias และจำกัดการเป็นตัวแทน ข้อมูลการใช้สารเป็นการรายงานตนเอง และลำดับเวลากำกวม เช่น ผู้เคยใช้กัญชาอาจได้รับการศึกษาภายหลัง ความสัมพันธ์ OR จึงไม่ใช่ผลเชิงเหตุ โดยเฉพาะทิศทางของตัวแปรครอบครัวควรตรวจนิยามอย่างระมัดระวัง