การทดลองแบบสุ่ม ปกปิดฝ่ายเดียว หลายศูนย์ในผู้ป่วย 124 คนหลังส่องกล้องห้ามเลือดแผลเปปติกสำเร็จ เปรียบเทียบโอเมพราโซลรับประทาน 40 มก.วันละสองครั้งกับแพนโทพราโซลให้ต่อเนื่องทางหลอดเลือด 8 มก./ชม. นาน 72 ชั่วโมง อัตราเลือดออกซ้ำทั้ง 72 ชั่วโมงและ 30 วันไม่พบความแตกต่างที่ชัดเจน แต่ช่วงความเชื่อมั่นยังกว้าง
ข้อค้นพบสำคัญ
- เลือดออกซ้ำภายใน 72 ชั่วโมงเกิด 1/61 คน (1.6%) ในกลุ่มรับประทาน เทียบกับ 3/63 คน (4.8%) ในกลุ่มหลอดเลือด ส่วนต่างความเสี่ยง −3.1 จุดร้อยละ (95% CI −11.6 ถึง 4.6) ที่ 30 วันเป็น 3.3% เทียบ 4.8% ส่วนต่าง −1.5 จุดร้อยละ (95% CI −10.1 ถึง 7.0) การวัด pH สำเร็จเพียง 55 คน และสัดส่วนเวลาที่ pH>6 มีมัธยฐาน 56.3% เทียบ 27.3% (p=0.064)
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
หากยารับประทานให้ผลเพียงพอในผู้ป่วยที่เหมาะสม อาจลดความซับซ้อนของการให้ยาต่อเนื่องทางหลอดเลือดและช่วยระบบบริการที่มีทรัพยากรจำกัด อย่างไรก็ตาม แนวทางรักษาต้องพิจารณาร่วมกับหลักฐานทั้งหมดและสภาพผู้ป่วย
บทบาทของนักวิจัยไทย
การทดลองนำโดยทีมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลสุรินทร์ สะท้อนศักยภาพเครือข่ายหลายศูนย์ของไทยในการตอบคำถามที่มีผลต่อการใช้ทรัพยากรทางคลินิก
ข้อจำกัดที่ควรรู้
จำนวนเหตุการณ์เลือดออกซ้ำน้อย ทำให้ช่วงความเชื่อมั่นกว้างและยังตัดความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางคลินิกไม่ได้ การติดตาม pH สำเร็จไม่ถึงครึ่งในแต่ละกลุ่ม และการปกปิดฝ่ายเดียวอาจเกิดอคติบางส่วน ผลใช้กับผู้ป่วยที่ห้ามเลือดด้วยการส่องกล้องสำเร็จเท่านั้น ไม่ควรปรับยาเอง
ตรวจสอบแหล่งต้นทาง
Journal of Gastroenterology and HepatologyJournal of Gastroenterology and Hepatology↗DOI: 10.1111/jgh.70566