งานทดลองประเมินการเพาะสาหร่ายจุลภาค Chlorella vulgaris ในน้ำเสียจากบ่อดักไขมันที่ผ่านการฆ่าเชื้อและตกตะกอน พบว่าสูตรเสริมแคลเซียมไฮดรอกไซด์ 1 กรัม/ลิตรและหัวเชื้อเริ่มต้น 5×10⁶ เซลล์/มล.สนับสนุนการเติบโตสูงสุด พร้อมลด COD ไนเตรต และฟอสเฟตภายใน 7 วัน
ข้อค้นพบสำคัญ
- สูตรแคลเซียมไฮดรอกไซด์ 1 กรัม/ลิตรให้ specific growth rate สูงสุด 0.318 ต่อวัน และหัวเชื้อ 5×10⁶ เซลล์/มล.ให้การเติบโตสูงสุด COD ลดจากช่วงเริ่มต้น 228.00–276.80 เหลือ 66.67–212.80 มก./ลิตร ขณะที่ไนเตรตและฟอสเฟตลดลงสูงสุด 91.03% และ 75.36% ตามลำดับ
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
การนำสาหร่ายมาดึงธาตุอาหารจากน้ำเสียเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจหมุนเวียน เพราะอาจลดมลพิษและสร้างชีวมวลสำหรับอาหารสัตว์น้ำหรือพลังงาน งานนี้ให้เงื่อนไขตั้งต้นสำหรับน้ำเสียที่มีไขมันสูงซึ่งจัดการยาก
บทบาทของนักวิจัยไทย
ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาพัฒนาและทดสอบกระบวนการที่ตอบโจทย์น้ำเสียจากร้านอาหารและอาคารในเมือง ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่พบได้ทั่วไปในไทย
ข้อจำกัดที่ควรรู้
น้ำเสียผ่านการฆ่าเชื้อและตกตะกอน จึงไม่แทนระบบจริงที่มีจุลินทรีย์ ไขมัน และสารปนเปื้อนแปรผัน ทดลองเพียง 7 วันและยังไม่มีข้อมูลคุณภาพชีวมวล เชื้อโรค โลหะหนัก ต้นทุน การเก็บเกี่ยว หรือมาตรฐานน้ำทิ้ง จึงยังไม่พร้อมใช้เชิงพาณิชย์