Thai University RankingsRESEARCH RADAR
หลักฐานห้องปฏิบัติการและพิษเบื้องต้น

Bacillus subtilis TU089 ยับยั้งเชื้อรากและโคนเน่าทุเรียน 76.56% ในห้องทดลอง ก่อนทดสอบภาคสนาม

Antagonistic Activity and Preliminary Toxicity Assessment of a Bacillus subtilis TU089 Bioproduct Against Phytophthora palmivora Causing Durian Root and Stem Rot

นักวิจัยทดสอบ Bacillus 5 สายพันธุ์กับ Phytophthora palmivora MNP13 สาเหตุโรครากและโคนเน่าทุเรียน พบ B. subtilis TU089 ยับยั้งการเจริญบนจานเพาะ 76.56±0.23% จึงพัฒนาเป็นชีวภัณฑ์แบบห่อหุ้มที่มีประชากรแบคทีเรียประมาณ 10^8 CFU/mL และยังให้ฤทธิ์ใกล้เคียงเซลล์สด การทดสอบเซลล์ให้ค่า IC10 เท่ากับ 1,090 µg/mL ใน MRC-5 และ 309.82 µg/mL ใน HaCaT ส่วนการทดสอบพิษทางปากเฉียบพลันไม่พบผลไม่พึงประสงค์อย่างมีนัยสำคัญภายใต้เงื่อนไขที่ศึกษา ประสิทธิผลยังอยู่ระดับห้องปฏิบัติการและข้อมูลความปลอดภัยยังเป็นเบื้องต้น

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • B. subtilis TU089 ให้การยับยั้งสูงสุด 76.56±0.23% ในการทดสอบ dual culture
  • ชีวภัณฑ์แบบห่อหุ้มมีแบคทีเรียประมาณ 10^8 CFU/mL และคงฤทธิ์ต้านเชื้อใกล้เคียงเซลล์ TU089 สด โดยบทคัดย่อไม่รายงานค่าสถิติเปรียบเทียบ
  • ค่า IC10 เท่ากับ 1,090 ไมโครกรัม/มล. ใน MRC-5 และ 309.82 ไมโครกรัม/มล. ใน HaCaT; การทดสอบพิษเฉียบพลันไม่พบผลไม่พึงประสงค์สำคัญภายใต้เงื่อนไขทดลอง
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

โรครากและโคนเน่ากระทบผลผลิตทุเรียนและการส่งออก ชีวภัณฑ์ที่พัฒนาจากจุลินทรีย์อาจช่วยลดการพึ่งพาสารเคมีและสนับสนุนการจัดการโรคแบบผสมผสาน หากผ่านการทดสอบความคงตัว ประสิทธิผลในสวน ผลต่อสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่เป้าหมาย และความคุ้มค่า

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

Ponchanok Datmanee, Apipu Ariyachayut, Thunyatorn Yimsoo, Dusit Athinuwat และ Wilawan Chuaboon จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทำครบตั้งแต่คัดสายพันธุ์ พัฒนาสูตร ไปจนถึงการประเมินความปลอดภัยเบื้องต้นต่อปัญหาสำคัญของทุเรียนไทย

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

การยับยั้งเชื้อเป็นหลักฐาน in vitro ต่อสายพันธุ์ MNP13 ยังไม่มีผลควบคุมโรคในเรือนทดลองหรือสวน ไม่มีข้อมูลอายุเก็บ ความคงตัว ผลต่อจุลินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่เป้าหมาย และบทคัดย่อไม่ระบุจำนวนสัตว์ ขนาด หรือระยะเวลาทดสอบพิษ จึงไม่ควรสรุปว่าปลอดภัยต่อคนและสิ่งแวดล้อมแล้ว

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

Agricultureบทความต้นฉบับใน Agriculture↗

DOI: 10.3390/agriculture16212310

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ