การทดลองระยะที่ 1 ในเด็กที่นอนโรงพยาบาลด้วยมาลาเรียรุนแรงในเคนยาและแซมเบียทดสอบ sevuparin เป็นการรักษาเสริมแบบให้ยาสามครั้งที่เวลา 0, 8 และ 16 ชั่วโมง ผู้เข้าร่วม 23 คน โดย 20 คนอยู่ในการวิเคราะห์หลัก ผลจากแบบจำลองปรับขนาดยาและเหตุการณ์ที่ทำให้ค่า APTT สูงเกินเกณฑ์นำไปสู่การกำหนดขนาดทนได้สูงสุดที่ 3 มก./กก. ต่อครั้ง ผลนี้ตอบคำถามด้านความปลอดภัยและขนาดยาเบื้องต้น ไม่ได้พิสูจน์ประสิทธิผลทางคลินิก
ข้อค้นพบสำคัญ
- มีเด็กเข้าร่วม 23 คน และ 20 คนอยู่ในการวิเคราะห์หลัก รวม 10 cohort ก่อนกำหนดขนาดสุดท้ายที่ 3 มก./กก. ต่อครั้ง
- พบ dose-limiting toxicity สองครั้งที่ 6 มก./กก. และยังพบระหว่างลดขนาดที่ 5 และ 4 มก./กก. จึงไม่เลือกขนาดเหล่านั้น
- มีผู้เสียชีวิต 1 คนจาก 23 คน คิดเป็น 4.3% มีการกลับเข้าโรงพยาบาล 1 ครั้ง และเหตุการณ์ระดับ 3 ที่ไม่ใช่ DLT 1 ครั้ง โดยคณะวิจัยตัดสินว่าไม่เกี่ยวกับ sevuparin
ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก
มาลาเรียรุนแรงในเด็กยังมีอัตราเสียชีวิตสูง และยังขาดการรักษาเสริมที่พิสูจน์ผลได้ งานนี้ให้ขนาดสำหรับออกแบบการทดลองระยะต่อไปและข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น แต่ยังไม่ควรเปลี่ยนแนวทางรักษาจนกว่าจะมีการทดลองที่ใหญ่กว่าและมีกลุ่มเปรียบเทียบ
บทบาทของนักวิจัยไทย
Nicholas P. J. Day และ Arjen M. Dondorp จากหน่วยวิจัยเวชศาสตร์เขตร้อนมหิดล-อ็อกซ์ฟอร์ดร่วมในทีมวิจัยนานาชาติ เชื่อมความเชี่ยวชาญด้านมาลาเรียรุนแรงและการออกแบบการทดลองกับเครือข่ายโรงพยาบาลในแอฟริกา
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ตัวอย่างมีเพียง 23 คน การวิเคราะห์หลัก 20 คน ไม่มีแขนควบคุม และการทดลองถูกออกแบบเพื่อหาขนาดกับความปลอดภัย ไม่ได้มีกำลังเพียงพอประเมินการเสียชีวิต การฟื้นตัว หรือประสิทธิผล ผลจากเด็กในเคนยาและแซมเบียยังไม่ควรสรุปแทนประชากรอื่น