Thai University RankingsRESEARCH RADAR
มีศักยภาพระดับโลก

สองในสามของตัวอย่างการนอนโรงพยาบาลจากอาการไม่พึงประสงค์จากยาถูกจัดว่าป้องกันได้ แต่หลักฐานมาจากเวชระเบียนย้อนหลังในโรงพยาบาลไทยแห่งเดียว

Characteristics, preventability, management, and predictors of adverse drug reaction-related hospital admissions: a cross-sectional study in a Thai tertiary care hospital

การศึกษาเวชระเบียนย้อนหลังในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยระดับตติยภูมิของไทยตรวจพบการนอนโรงพยาบาลที่มีรหัส ICD-10 เกี่ยวข้องกับอาการไม่พึงประสงค์จากยา 730 ครั้งจากการรับไว้รักษา 29,927 ครั้ง และสุ่มแบบเจาะจงมาประเมินรายละเอียด 200 ครั้ง ในตัวอย่างนี้ 66.0% ถูกจัดว่าป้องกันได้และ 67.1% มีความสัมพันธ์กับยาในระดับ probable หรือ definite วาร์ฟารินเป็นยาที่สงสัยบ่อยที่สุด แต่การออกแบบแบบย้อนหลัง ศูนย์เดียว และการคัดจากรหัสวินิจฉัยทำให้ผลเป็นหลักฐานเชิงความสัมพันธ์และใช้ประมาณภาระทั้งประเทศไม่ได้

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • จากการรับไว้รักษา 29,927 ครั้ง พบรหัสที่เข้าเกณฑ์ 730 ครั้ง และมีการทบทวนรายละเอียด 200 ครั้ง จึงต้องแยกจำนวนที่ถูกคัดกรองออกจากขนาดตัวอย่างวิเคราะห์
  • ในตัวอย่างทบทวน 67.1% ถูกประเมินว่ามีความสัมพันธ์กับยาในระดับ probable หรือ definite และ 66.0% ถูกจัดว่าป้องกันได้ ไม่ใช่หลักฐานว่า 66% ของการนอนโรงพยาบาลทั้งหมดป้องกันได้
  • อาการด้านหัวใจและหลอดเลือดคิดเป็น 50.5% และระบบประสาท 17.0% ของปฏิกิริยาที่ทบทวน ส่วนวาร์ฟารินเป็นยาที่สงสัยบ่อยที่สุด 38.0% ตามด้วยพาราเซตามอล 5.0%
  • การจัดการที่พบบ่อยคือหยุดยาที่สงสัย 82.5% ขณะที่ 56.0% มีการให้คำปรึกษาก่อนจำหน่าย สะท้อนช่องว่างของกระบวนการติดตามและสื่อสารความเสี่ยงที่ควรประเมินต่อ
  • อายุ 36–65 ปีและมากกว่า 65 ปีสัมพันธ์กับโอกาสพบการนอนโรงพยาบาลจากยาที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มอ้างอิง แต่ช่วงความเชื่อมั่นกว้าง จึงไม่ควรตีความเป็นเหตุและผล
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

การนอนโรงพยาบาลจากอาการไม่พึงประสงค์จากยาเป็นปัญหาความปลอดภัยที่พบได้ทั่วโลก งานนี้ชี้จุดที่ระบบยาอาจจัดการได้ เช่น การปรับขนาดยา การติดตามวาร์ฟาริน และการให้คำปรึกษาก่อนกลับบ้าน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจากโรงพยาบาลหนึ่งแห่งยังไม่ยืนยันว่ามาตรการเหล่านี้จะลดการนอนโรงพยาบาลหรือคุ้มค่าในระบบอื่น จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังหลายศูนย์และการประเมินผลก่อน–หลังหรือการทดลองแบบมีกลุ่มเปรียบเทียบ

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

ทีมจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและสถาบันพระบรมราชชนกนำข้อมูลเวชระเบียนจริงของโรงพยาบาลไทยมาจำแนกความเป็นเหตุเป็นผล ความป้องกันได้ และการจัดการอาการไม่พึงประสงค์จากยา ทำให้บริบทผู้ป่วย ยา และระบบบริการของไทยปรากฏในหลักฐานความปลอดภัยด้านยาซึ่งมักอิงข้อมูลประเทศรายได้สูง

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

เป็นการศึกษาย้อนหลังแบบภาคตัดขวางจากโรงพยาบาลตติยภูมิแห่งเดียว ใช้รหัส ICD-10 เป็นจุดเริ่มค้นหา จึงอาจพลาดเหตุการณ์ที่ไม่ได้ลงรหัสหรือรวมเหตุการณ์ที่จำแนกคลาดเคลื่อน การเลือกแบบเจาะจงเพียง 200 จาก 730 รายการที่ตรวจพบจำกัดการประมาณสัดส่วนโดยรวม และการประเมิน causality กับ preventability มีดุลยพินิจของผู้ทบทวน ค่า OR ของขนาดยาที่ไม่เหมาะสมมีทิศทางขึ้นกับการกำหนดกลุ่มอ้างอิงซึ่งบทคัดย่อไม่อธิบาย จึงไม่ควรใช้ตัวเลขนั้นกำหนดนโยบายโดยลำพัง

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

Journal of Pharmaceutical Policy and PracticeJournal of Pharmaceutical Policy and Practice (Taylor & Francis)↗

DOI: 10.1080/20523211.2026.2734106

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ