Thai University RankingsRESEARCH RADAR
ฐานข้อมูลนโยบายระดับภูมิภาค

เอเชีย–แปซิฟิกมีแผนต้าน AMR เกือบทั่วภูมิภาค แต่เงินในประเทศ เป้าหมายเชิงตัวเลข และศักยภาพเชื้อรายังเป็นช่องว่าง

Progress towards achieving the goals and targets of the 2024 United Nations General Assembly Political Declaration on Antimicrobial Resistance for countries in the Asia-Pacific region

การสำรวจระดับภูมิภาคครั้งนี้รวบรวมข้อมูลจาก 28 ประเทศเพื่อประเมินฐานเริ่มต้นหลังปฏิญญาทางการเมืองเรื่องเชื้อดื้อยาของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติปี 2024 และก่อนเป้าหมายปี 2030 เกือบทุกประเทศมีแผนปฏิบัติการและห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับชาติ แต่ความพร้อมเชิงโครงสร้างยังไม่เท่ากับการดำเนินงานที่เข้มแข็ง: 15 จาก 27 ประเทศได้รับเงินต้าน AMR จากแหล่งในประเทศไม่ถึง 30% มีเพียง 11 แผนที่กำหนดเป้าหมายเชิงตัวเลข และเพียง 16 ประเทศรายงานว่าสถานพยาบาลมากกว่า 75% มีบริการน้ำ สุขาภิบาล และการจัดการของเสียขั้นพื้นฐาน ข้อมูลนี้จึงเหมาะเป็นฐานติดตามความก้าวหน้า ไม่ใช่หลักฐานว่าภูมิภาคบรรลุผลด้านสุขภาพแล้ว

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • ประเทศ 27 แห่งรับรองแผนปฏิบัติการ AMR แบบพหุภาคส่วนอย่างน้อยหนึ่งฉบับ แต่มีเพียง 11 แผนที่ระบุเป้าหมายเชิงตัวเลข จึงเห็นช่องว่างระหว่างการมีนโยบายกับความสามารถในการติดตามผลที่วัดได้
  • 15 จาก 27 ประเทศ หรือ 56% ได้รับเงินทุน AMR รวมจากแหล่งภายในประเทศต่ำกว่า 30% สะท้อนความเปราะบางด้านความยั่งยืนทางการเงิน แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกขนาดงบประมาณหรือความเพียงพอของเงิน
  • 26 ประเทศมีโครงการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อระดับชาติ แต่เพียง 16 ประเทศรายงานว่าสถานพยาบาลมากกว่า 75% มีบริการ WASH และการจัดการของเสียขั้นพื้นฐาน
  • มีเพียง 9 ประเทศที่ประเมินว่ายาปฏิชีวนะกลุ่ม WHO Access คิดเป็นมากกว่า 70% ของการใช้ระดับชาติ ขณะที่ห้องปฏิบัติการอ้างอิง 27 ประเทศตรวจความไวต่อยาของเชื้อแบคทีเรีย GLASS ได้ครบ แต่เพียง 16 ประเทศทำได้ครบสำหรับเชื้อรา
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

จุดเด่นของงานคือสร้างเส้นฐานร่วมสำหรับภูมิภาคที่มีระบบสุขภาพและรายได้หลากหลาย ทำให้เป้าหมายปี 2030 แปลงเป็นประเด็นติดตามที่จับต้องได้ เช่น เงินในประเทศ เป้าหมายเชิงตัวเลข WASH การใช้ยา และการตรวจเชื้อรา ผู้กำหนดนโยบายควรใช้ข้อมูลเพื่อจัดลำดับช่องว่างและขอข้อมูลซ้ำในรูปแบบมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม จำนวนประเทศที่มีนโยบายหรือศักยภาพไม่ควรถูกตีความเป็นการลดการติดเชื้อ การเสียชีวิต หรือการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมแล้ว

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

Nuntiya Somjetanakul จากกองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้เขียนที่มีสังกัดไทยในเครือข่าย 33 คนจาก 28 ประเทศ การมีหน่วยงานกำกับยาของไทยอยู่ในทีมช่วยเชื่อมมิติการใช้ยาและนโยบายระดับประเทศกับฐานข้อมูลภูมิภาค แต่ระเบียนสาธารณะไม่ได้แจกแจงว่าผู้เขียนแต่ละคนรับผิดชอบข้อมูลหรือบทวิเคราะห์ส่วนใด จึงไม่ควรระบุบทบาทเกินหลักฐาน

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

ข้อมูลเป็นภาพตัดขวางระดับประเทศที่รวบรวมเพื่อการประชุมและบางตัวชี้วัดมีตัวหาร 27 แทน 28 ประเทศ แสดงว่าความครบถ้วนต่างกัน บทคัดย่อไม่อธิบายการตรวจสอบข้อมูลข้ามแหล่งหรือความเทียบเคียงของนิยามในแต่ละประเทศ การสรุประดับชาติอาจกลบความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่และสถานพยาบาล อีกทั้งการมีแผน โครงการ หรือศักยภาพห้องปฏิบัติการไม่ยืนยันคุณภาพ ความครอบคลุม การใช้งานจริง หรือผลต่อผู้ป่วย งานนี้ประเมินเป้าหมายที่เลือกบางข้อและไม่มีอนุกรมเวลา จึงยังบอกแนวโน้มหรือเหตุและผลไม่ได้

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

BMJ Public HealthBMJ Public Health↗

DOI: 10.1136/bmjph-2025-004804

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ